ความดันโลหิตต่ำ เกิดจากอะไร? อาการเป็นแบบไหน?

ความดันโลหิตต่ำ และความดันโลหิตสูง หลายคนอาจจะมองว่าโรคเหล่านี้เป็นเรื่องไกลตัว แต่ถ้าหากคุณกำลังรู้สึกปวดหัวบ่อยคล้ายโรคไมเกรน ปวดตึงที่ต้นคอ บางครั้งก็หน้ามืด เลือดกำเดาก็ไหล หากมีอาการเหล่านี้ อาจจะความดันโลหิตต่ำ หรือความดันโลหิตสูง ซึ่งเราสามารถเช็กค่าความดันโลหิตได้ ด้วยเครื่องวัดความดัน เพราะความดันโลหิตสูงเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ ในขณะเดียวกันความดันโลหิตต่ำก็เป็นภัยร้ายต่อสุขภาพที่เราไม่อาจมองข้ามได้เช่นกัน

ความดันโลหิตต่ำ คืออะไร?

ความดันต่ำ หรือ ความดันโลหิตต่ำ  (Hypotension) ไม่ใช่โรค เพราะลักษณะของอาการไม่ได้พัฒนา และนำไปสู่โรคเรื้อรังอื่น ๆ เป็นเพียงภาวะที่ความดันโลหิตต่ำกว่า 90/60 มิลลิเมตรปรอท เกิดได้กับภาวะความดันต่ำทำให้เลือดไหลเวียนช้าลง ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันส่งผลทำให้ไปล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายไม่เพียงพอ

ความดันโลหิตที่เหมาะสมจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน สำหรับตัวบนจะอยู่ที่ 120-129 (mm/Hg) และตัวล่างอยู่ที่ 80-84 (mm/Hg) และมักแสดงอาการออกมาแบบเฉียบพลัน เช่น หน้ามึด เวียนหัว อ่อนเพลีย แต่การวัดค่าความดันได้ต่ำ อาจพบได้ในคนปกติ ทุกเพศ ทุกวัย มักพบในผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ  เช่น ผู้หญิงอายุน้อย รูปร่างผอมได้ และผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตต่ำ

ซึ่งโดยทั่วไปแพทย์ไม่จัดความดันโลหิตต่ำเป็นโรค แต่จัดเป็นภาวะ  และภาวะความดันโลหิตต่ำพบเกิดได้ทั้งสองเพศใกล้เคียงกัน และพบได้ในทุกอายุ ตั้งแต่เด็กอ่อนไปจนถึงผู้สูงอายุ ทั้งนี้ขึ้นกับสาเหตุ  และความดันอาจต่ำเพียงความดันซิสโตลิก หรือไดแอสโตลิกตัวใดตัวหนึ่ง หรือต่ำทั้งสองตัวก็ได้

ความดันโลหิตต่ำ

ประเภทของความดันโลหิตต่ำ

  • ความดันโลหิตต่ำจากการลุกขึ้นยืนหรือเปลี่ยนอิริยาบถกะทันหัน (ความดันโลหิตต่ำกะทันหันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงท่าทาง) คือ ความดันโลหิตที่ลดลงทันทีเมื่อยืนขึ้นจากท่านั่งหรือหลังการนอนหลับ อาการแสดงประมาณ 5-10 นาทีหลังการเปลี่ยนอิริยาบถ นำไปสู่อาการวิงเวียนศีรษะ ตาพร่ามัว และเป็นลม
  • ความดันโลหิตต่ำหลังรับประทานอาหาร ความดันโลหิตลดลงอย่างฉับพลันหลังรับประทานอาหารส่วนใหญ่จะมีผลกระทบต่อผู้สูงอายุ การรับประทานอาหารมากเกินไปทำให้เลือดไหลไปยังระบบทางเดินอาหารในปริมาณมากกว่าปกติ ในบางรายอาจมีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืดและเป็นลมได้
  • ความดันโลหิตต่ำจากความผิดปกติของสมอง ความผิดปกตินี้เป็นสาเหตุให้ความดันโลหิตต่ำลงหลังจากยืนเป็นเวลานาน ส่วนใหญ่จะเกิดในเด็กและผู้ใหญ่ เป็นผลมาจากความผิดพลาดระหว่างหัวใจและสมอง
  • ความดันโลหิตต่ำเนื่องจากความเสียหายของระบบประสาท เป็นโรคที่พบได้น้อย อาการของโรคทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งจะควบคุมการทำงานของระบบที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ การหายใจ และการย่อยอาหาร ซึ่งทำให้มีความดันโลหิตสูงมากในขณะที่นอนและต่ำมากเมื่อลุกขึ้นยืน

สาเหตุความดันโลหิตต่ำ

  • ความดันโลหิตต่ำเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่พฤติกรรมการใช้ชีวิต การรับประทานยา ไปจนถึงเป็นผลพวงมาจากความผิดปกติของปัญหาสุขภาพอื่นๆ ซึ่งสาเหตุของภาวะความดันโลหิตต่ำที่พบได้บ่อยอาจมาจาก
  • สาเหตุส่วนใหญ่ของภาวะความดันโลหิตต่ำ คือ ภาวะขาดสารอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรตีน วิตามินซี วิตามินบี ทำให้เนื้อเยื่อรอบๆ ผนังหลอดเลือดแดงไม่แข็งแรงและคลายตัวมากเกินไป
  • การสูญเสียโลหิตแบบกะทันหัน เช่นอุบัติเหตุ หรือการสูญเสียโลหิตแบบเรื้อรัง เช่น บาดแผลในกระเพาะอาหาร ลำไส้ หรือที่ไต
  • ภาวะขาดน้ำ ทำให้เลือดไหลเวียน และกลับเข้าสู่หัวใจได้น้อย ซึ่งส่งผลให้หัวใจเต้นบีบตัวน้อยลง จนเกิดภาวะความดันในเลือดต่ำ  เช่น เหงื่อ ท้องเสีย
  • การไม่ได้ออกกำลังกายเป็นเวลานาน และมีการเปลี่ยนท่านั่ง หรือท่ายืนอย่างกะทันหัน ก้มเงยศีรษะอย่างรวดเร็ว หรือหลังจากนอนนาน ๆ ทำให้ความดันที่จะไปเลี้ยงสมองลดลงอย่างรวดเร็ว
  • ภาวะเลือดจาง ส่งผลให้ความเข้มข้นของเลือดน้อยลง จนนำไปสู่ความดันในหลอดเลือดต่ำ
  • มีการกระตุ้นสมองและวงจรประสาทอัตโนมัติ ทำให้หลอดเลือดและหัวใจทำงานผิดปกติ ความดันจึงต่ำลง เช่น กลัว ตกใจ เจ็บ หรืออากาศร้อนอบอ้าว การอาบน้ำอุณหภูมิอุ่นจัด หรือการหยุดพักทันทีขณะออกกำลังกายอย่างหนัก
  • โรคภูมิแพ้หรือภาวะช็อกจากการติดเชื้อ ส่งผลให้มีการขยายตัวของหลอดเลือดมากเกินปกติ
  • โรคหัวใจ ซึ่งหัวใจบีบตัวผิดปกติ จึงลดแรงดันในหลอดเลือด ส่งผลให้ความดันเลือดต่ำ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ
  • การตั้งครรภ์ เนื่องจากร่างกายต้องเพิ่มเลือดเพื่อหล่อเลี้ยงทารกในครรภ์ การไหลเวียนหรือปริมาณชองเลือดในร่างกายของแม่ลดลง ส่งผลให้เกิดความดันต่ำได้
  • โรคต่อมไร้ท่อ ซึ่งสร้างฮอร์โมนควบคุมการทำงานของหัวใจ หลอดเลือด และเกลือแร่ต่าง ๆ ที่เป็นตัวอุ้มน้ำในหลอดเลือด จึงส่งผลถึงการไหลเวียนของเลือด
  • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ  ยาลดความดันในเลือดสูง ยากล่อมประสาท หรือยาทางจิตเวชบางชนิด
  • การติดเชื้อรุนแรง
  • ภาวะซึมเศร้า
  • พักผ่อนน้อย
  • อยู่กลางแดดเป็นเวลานานๆ โดยไม่ได้ทานน้ำ
  • ภาวะเสื่อมในโรคทางระบบประสาท เช่น พาร์กินสัน

อาการความดันโลหิตต่ำ

  • วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม ทรงตัวไม่อยู่ เมื่อเปลี่ยนอิริยาบถเร็ว
  • ตาพร่า มองเห็นภาพไม่ชัด มองเห็นภาพซ้อน
  • ใจสั่น ใจเต้นแรง ไม่สม่ำเสมอ
  • อาการมึนงง สับสน
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
  • หายใจตื้นและถี่ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก
  • กระหายน้ำ ปัสสาวะน้อย
  • มือเท้าเย็น ตัวเย็น ผิวซีด หนาวสั่น
  • ระบบย่อยอาหารผิดปกติ
การรักษาความดันโลหิตต่ำ

การรักษาความดันโลหิตต่ำ

แพทย์มักรักษาตามสาเหตุที่ทำให้ความดันต่ำ โดยเน้นรักษาผู้ป่วยให้สามารถควบคุมความดันโลหิตให้กลับมาสู่ภาวะปกติและบรรเทาอาการอื่นๆ ที่เกิดขึ้น ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำระดับไม่รุนแรง และมีสุขภาพแข็งแรงสามารถควบคุมภาวะความดันโลหิตต่ำได้ด้วยการปฏิบัติตนตามคำแนะนำทั่วไป ดังนี้ 

  • การให้น้ำเกลือ (intravenous fluids) ผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำจากภาวะการขาดน้ำและเกลือแร่ สูญเสียเลือด หรือเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด อาจได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำเพื่อช่วยเพิ่มความดันโลหิตให้สูงขึ้น
  • หากแพทย์สงสัยว่าภาวะความดันโลหิตต่ำมาจากความผิดปกติ หรือโรคประจำตัว ผู้ป่วยอาจต้องมีการตรวจด้านอื่นเพิ่มเติมและการรักษาเฉพาะโรคนั้นๆ เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำจากฮอร์โมนผิดปกติ   แพทย์อาจส่งตัวผู้ป่วยให้ผู้เชี่ยวชาญ หรือนักวิทยาต่อมไร้ท่อ ซึ่งผู้ป่วยอาจได้รับการรักษาด้วยยาทดแทนฮอร์โมน ใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาการติดเชื้อ หรือใช้ยารักษาอาการคลื่นไส้อาเจียน เป็นต้นอาจต้องได้รับการตรวจจากผู้เชี่ยวชาญด้านฮอร์โมนโดยเฉพาะและรักษาด้วยการให้ฮอร์โมนทดแทน
  • การรักษาด้วยยา หากการรักษาด้วยการปรับพฤติกรรมตามคำแนะนำและการให้สารน้ำทางเส้นเลือดไม่สามารถบรรเทาอาการ แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยว่าควรใช้ยาในกลุ่มใดที่เหมาะกับผู้ป่วยตามสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ ซึ่งสามารถรักษาได้ด้วยยาหลายกลุ่ม เช่น แอลฟาอะดรีเนอร์จิกรีเซพเตอร์อะโกนิสต์ (alpha adrenergic receptor agonists) ช่วยเพิ่มความดันโลหิตและลดอาการจากภาวะความดันโลหิตต่ำ สเตียรอยด์ (steroid) ช่วยป้องกันการสูญเสียเกลือแร่ในร่างกาย เพิ่มปริมาณของเหลวและความดันโลหิตให้สูงขึ้น ยาเพิ่มความดันโลหิต (vasopressors)
  • ให้ยารักษาความดันโลหิตต่ำ เช่น ยาฟลูโดรคอร์ติโซน ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณเลือดในร่างกาย มักใช้รักษาความดันต่ำที่เกิดจากการยืนหรือการเปลี่ยนท่าทาง และยามิโดดรีน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความดันโลหิต ในกรณีที่ผู้ป่วยความดันต่ำเรื้อรังจากการยืนหรือการเปลี่ยนท่าทาง
  • หากแพทย์วินิจฉัยว่าความดันต่ำจากการใช้ยาบางชนิด แพทย์อาจปรับปริมาณยา หรือให้เปลี่ยนไปใช้ยาชนิดอื่น ๆ แทน และหากผู้ป่วยกำลังใช้ยาที่มีผลข้างเคียงทำให้ความดันต่ำ ควรตรวจวัดความดันเป็นระยะ หรือไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับการใช้ยา

ป้องกันความดันโลหิตต่ำ

เมื่อพบว่ามีอาการของภาวะความดันต่ำ ผู้ป่วยควรหยุดกิจกรรมทุกอย่างที่กำลังทำอยู่ ให้นั่งพัก หรือนอนลง ดื่มน้ำ หรือเครื่องดื่มที่มีอิเล็กโทรไลต์เป็นส่วนประกอบ อย่าง ION Drink หากเวียนศีรษะให้นั่งลงแล้วก้มศีรษะไว้ระหว่างหัวเข่า เพื่อช่วยให้ความดันโลหิตกลับเป็นปกติ โดยอาการมักจะดีขึ้นภายในไม่กี่นาที

  • ระมัดระวังเมื่อต้องเปลี่ยนอิริยาบถไปท่าอื่น โดยเฉพาะขณะลุกขึ้นยืนจากท่านั่งหรือนอน ควรลุกจากที่นั่ง หรือลุกออกจากเตียงช้า ๆ โดยเฉพาะเวลาตื่นนอนตอนเช้า หากกำลังนอนอยู่ผู้ป่วยอาจขยับเท้าขึ้นลงเพื่อช่วยการไหลเวียนโลหิต จากนั้นจึงค่อย ๆ ลุกขึ้นช้า ๆ อาจนั่งที่ขอบเตียงก่อนแล้วจึงค่อยยืนขึ้น ผู้ป่วยอาจเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อเพิ่มจังหวะการเต้นของหัวใจและการไหลเวียนโลหิตของร่างกายได้ เช่น ยืดเหยียดร่างกายบนเตียงก่อนลุกขึ้นยืน หรือหากกำลังนั่งอยู่และจะลุกขึ้นยืน ให้ไขว่ห้างสลับขาไปมาก่อนแล้วค่อยลุกขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการยืนเป็นเวลานาน และหลีกเลี่ยงการยกของหนัก โดยเฉพาะขณะลุกขึ้นยืนจากท่านั่ง หรือนอน หลีกเลี่ยงการยืนเป็นเวลานาน การยืนเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดภาวะความดันต่ำประเภทที่เกิดจากการยืนเป็นเวลานาน (Neurally Mediated Hypotension) หรือความดันต่ำจากการสื่อสารที่ผิดพลาดระหว่างสมองและหัวใจ ด้วยเหตุนี้ การหลีกเลี่ยงการยืนเป็นเวลานานจึงอาจช่วยป้องกันภาวะดังกล่าวได้
  • ควบคุมอาหาร โดยรับประทานอาหารน้อยลงกว่าปกติ และแบ่งเป็นหลายมื้อ จำกัดอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ควรนั่งพักหลังรับประทานอาหาร ซึ่งการรับประทานอาหารปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง การรับประทานอาหารในปริมาณน้อย แต่แบ่งเป็นหลายมื้อแทนการรับประทานอาหารปริมาณมากในครั้งเดียว อาจป้องกันความดันต่ำชนิดที่เกิดขึ้นหลังจากรับประทานอาหาร (Postprandial Hypotension) โดยการเอนตัวนอน หรือนั่งลงสักพักหลังรับประทานอาหารอาจช่วยบรรเทาอาการลงได้ และหลีกเลี่ยงการรับประทานยาลดความดันก่อนมื้ออาหาร
  • รับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของเกลือ เพราะโซเดียมจะทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น แต่ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์เสมอ เนื่องจากอาหารที่มีเกลือมากเกินไปอาจไม่เหมาะกับผู้ป่วยบางประเภท
  • ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมช่วยเพิ่มปริมาณของเหลวในร่างกาย และป้องกันการเกิดภาวะขาดน้ำที่เป็นอีกสาเหตุสำคัญของภาวะความดันต่ำ โดยภาวะขาดน้ำเกิดได้จากหลายสาเหตุ อีกทั้งการขาดน้ำยังทำให้ปวดศีรษะ รู้สึกอ่อนเพลีย และไม่สดชื่น ด้วยเหตุนี้ การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมจึงช่วยเติมน้ำให้กับร่างกาย ช่วยให้ร่างกายทำงานได้ปกติ และลดความเสี่ยงของภาวะความดันต่ำ
  • หลีกเลี่ยงคาเฟอีน คาเฟอีนเป็นสารที่อาจเพิ่มภาวะความดันต่ำได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ เช่น กาแฟ ชา และช็อกโกแลต เป็นต้น โดยเฉพาะในเวลากลางคืน
  • งดหรือจำกัดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลต่อการทำงานของร่างกายหลายด้าน ทั้งยังนำไปสู่ภาวะขาดน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของความดันโลหิตต่ำ จึงควรงดหรือจำกัดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ
  • หากอยู่ในสภาพอากาศร้อน หรือป่วยด้วยการติดเชื้อไวรัส เช่น เป็นหวัด หรือไข้หวัด ให้ดื่มน้ำมากขึ้นเพื่อทดแทนน้ำที่เสียไปจากร่างกาย
  • ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมเป็นประจำ เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
  • ขณะขับถ่าย ไม่ควรเบ่งมากเกินไป
  • ควรยกระดับศีรษะในขณะนอน อาจใช้ผ้าหนาหรือของแข็งวางใต้หมอน เพื่อช่วยให้ศีรษะอยู่สูงกว่าปกติ
  • ไม่ให้ร่างกายสัมผัสกับน้ำร้อนเป็นเวลานาน เช่น ไม่แช่น้ำร้อนหรือทำสปาเป็นเวลานาน หากรู้สึกเวียนศีรษะให้นั่งลง และอาจเตรียมเก้าอี้แบบกันลื่นไว้ในห้องน้ำด้วย

ตรวจภาวะความดันโลหิตต่ำ ที่ภูเก็ตตรวจได้ที่ไหน?

ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก ให้บริการที่ใกล้ชิด ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมทั้งทีมงานที่มีความชำนาญ พร้อมให้คำปรึกษาและ การรักษา โดยคุณสามารถเข้ารับบริการได้ทั้ง walk-in หรือนัดหมายล่วงหน้า เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้ารับบริการ

ช่องทางการติดต่อ

สาขาลากูน่า

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 21.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me

สาขาในเมือง

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8  ตำบลตลาดเหนือ  อำเภอเมืองภูเก็ต  จ.ภูเก็ต 83000 
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 20.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id.   @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ  096 288 2449
  • แผนที่คลินิก   https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9 
  • จองคิวตรวจออนไลน์    https://pmctown.youcanbook.me

สาขาหอนาฬิกา

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก  สาขาหอนาฬิกา   206/8 ถ. ภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์        10.00- 20.00น. (ช่วงเเรก)
  • สอบถามผ่าน Line id.  @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ   096 696 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
  • จองคิวตรวจออนไลน์  https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me

Similar Posts

  • โรคลมชัก

    โรคลมชัก (Seizures/Epilepsy) หรือลมบ้าหมู (Grand mal) คือโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลางที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย หรือเกิดจากเซลล์สมองที่ทำงานเชื่อมโยงกันเหมือนวงจรไฟฟ้า และปล่อยคลื่นไฟฟ้าออกมาผิดปกติพร้อมกันอย่างเฉียบพลัน ส่งผลให้ระบบประสาทเกิดความผิดปกติจนไม่สามารถควบคุมตนเอง หรือเกิดอาการชักซ้ำๆ  โดยอาการแสดงที่เกิดขึ้นนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเป็นส่วนใดของสมองที่ได้รับการกระตุ้น ซึ่งอาการจะเกิดขึ้นเป็นๆ หายๆ ในระยะเวลาไม่นาน มักเกิดขึ้นทันทีและหยุดเอง แต่อาการมักเกิดซ้ำขึ้นเรื่อยๆ 

    นอกเหนือจากการชักเกร็งกระตุกทุกส่วนของร่างกายนั้น อาจจะมีอาการเบลอ เหม่อลอย ตาค้าง วูบบ่อย ก็เสี่ยงต่อการเกิดโรคลมชัก หรือลมบ้าหมูแบบไม่ทันตั้งตัวได้  โดยอาการเหล่านี้ไม่ควรมองข้าม หากปล่อยให้มีอาการลักษณะนี้บ่อยๆ และไม่ได้รับการรักษาอาจส่งผลให้ความจำเลอะเลือนชั่วคราว หรือหากมีอาการกำเริบขึ้นกะทันหันอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจนทำให้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้

  • โรคมะเร็งปากมดลูก

    โรคมะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นในเซลล์ปากมดลูกซึ่งอยู่บริเวณช่วงล่างของมดลูก และเชื่อมต่อกับช่องคลอด โรคมะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ชนิดฮิวแมนแปปปิโลมาไวรัส หรือเอชพีวี ซึ่งมักจะติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เมื่อร่างกายได้รับเชื้อไวรัสเอชพีวีเป็นครั้งแรก ระบบภูมิคุ้มกันจะพยายามปกป้องร่างกายจากการติดเชื้อไวรัส อย่างไรก็ตามเชื้อไวรัสเอชพีวี อาจทำให้เซลล์ที่ปากมดลูกเกิดความผิดปกติ และกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด 

  • การดูแลตนเองเบื้องต้นเมื่อทราบว่าติดเชื้อโควิด-19: แนะนำการดูแลและป้องกัน

    การดูแลตนเองเมื่อทราบว่าติดเชื้อโควิด19 เป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสและลดความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้น นอกจากการไปพบแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำของหมอ การดูแลตนเองเบื้องต้นยังเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายปรับตัวและฟื้นตัวได้รวดเร็วขึ้น เพื่อความรู้ที่มีประโยชน์มากยิ่งขึ้นในช่วงนี้ที่เราต้องรักษาตัวเองในบ้าน

    การดูแลตนเองเมื่อทราบว่าติดเชื้อโควิด19 เป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยลดความรุนแรงของโรค และช่วยป้องกันการแพร่ระบาดให้กับผู้อื่น คำแนะนำเหล่านี้เป็นเพียงเบื้องต้น ควรปฏิบัติตามคำแนะนำจากหมอและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์อย่างเคร่งครัดเสมอ

  • โรคไข้หวัดใหญ่

    โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza, Flu) คือ โรคติดต่อทางระบบทางเดินหายใจ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus)   ซึ่งก่อให้เกิดอาการ ไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก คัดจมูก รู้สึกอ่อนเพลีย ครั่นเนื้อครั่นตัว หรือปวดเมื่อยตามร่างกาย  สามารถติดต่อระหว่างคนสู่คนได้ผ่านการไอ จาม หรือสัมผัสผู้ที่ติดเชื้อไวรัส หลายท่านอาจคิดว่าไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่ไม่อันตราย แต่ในความเป็นจริงแล้วไข้หวัดใหญ่อาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนหลังติดเชื้อหรือถึงแก่ชีวิตได้

  • โรคพิษสุนัขบ้า

    โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) หรือโรคกลัวน้ำ (Hydrophobia) คือ โรคติดเชื้อในระบบประสาทและเยื่อบุสมอง เป็นโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน ที่มีอันตรายร้ายแรง โดยผู้ป่วยที่สัมผัสกับสัตว์ติดเชื้อ จะได้รับเชื้อไวรัสโรคพิษสุนัขบ้าในตระกูล Rhabdoviridae ผ่านทางน้ำลายของสัตว์ที่กัด 

    ซึ่งโรคพิษสุนัขบ้า ทำให้เกิดโรคได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นคน สุนัข แมว ลิง กระรอก ค้างคาว สุนัขจิ้งจอก สกังก์ แรคคูน พังพอน ฯลฯ พาหะนำโรคที่สำคัญในประเทศไทย คือ สุนัข ประมาณ 90% รองลงมาคือแมว ส่วนในต่างประเทศมักเกิดจากสัตว์ป่ากินเนื้อต่าง ๆ เช่น สุนัขจิ้งจอก สุนัขป่า Jaguar ฯลฯ และสำหรับในแถบประเทศลาตินอเมริกานั้น ยังพบพาหะที่สำคัญคือ ค้างคาวดูดเลือด (Vampire bat)

  • เตือนระวัง ไวรัส RSV ภัยร้ายใกล้ตัวเด็ก

    ไวรัส RSV เป็นไวรัสชนิดที่มีเปลือกหุ้ม มีชื่อเต็มว่า Respiratory Syncytial Virus  เป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่ก่อโรคทางระบบทางเดินหายใจ ที่พบบ่อยในเด็กโดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง

    สาเหตุมาจากไข้หวัด หลอดลมอักเสบ ซึ่งพบได้บ่อยในเด็ก ส่วนมากอาการไม่รุนแรง มักหายป่วยภายใน 1 – 2 สัปดาห์ แต่อาจจะพบว่ามีอาการรุนแรงได้ในเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี เด็กคลอดก่อนกำหนด เด็กที่เป็นโรคหัวใจ หรือโรคปอดร่วมด้วย นอกจากนี้การติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวีในผู้สูงอายุ อาจทำให้เกิดอาการรุนแรงเช่นเดียวกับเด็กเล็กได้