วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ฉีดได้ที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก

โรคไข้หวัดใหญ่ เกิดจากการที่ร่างกายได้รับเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา  (Influenza virus) ซึ่งเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซ่าไวรัสมีอยู่ในน้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะของผู้ป่วย และติดต่อผ่านการไอ จาม หรือหายใจรดกัน เมื่อติดเชื้อในทางระบบทางเดินหายใจส่วนบนแล้ว จะทำให้มีไข้สูง ไอ เจ็บคอ น้ำมูก คัดจมูก จาม ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลียคล้ายกับไข้หวัด 

แต่อาการจะมากกว่าในเด็กเล็กน้อยกว่า 2 ขวบ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังอาจเกิดอาการที่รุนแรง และเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ปอดอักเสบและสมองอักเสบ นอกจากนั้นยังทำให้โรคประจำตัวมีอาการกำเริบจากการติดเชื้อ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคเกี่ยวกับตับและไต อาจจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาภายในโรงพยาบาล หลังจากหายป่วยแล้วร่างกายอาจมีอาการอ่อนเพลียติดต่อกันไปอีกหลายสัปดาห์ ดังนั้นการป้องกันการเกิดโรคไข้หวัดใหญ่ ด้วยการฉีดวัคซีนจึงมีความสำคัญ

โรคไข้หวัดใหญ่แบ่งออกได้เป็น 4 สายพันธุ์ ดังต่อไปนี้ 

  • ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A/H1N1 หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นโรคติดต่อที่แพร่ระบาดจากประเทศเม็กซิโกและลุกลามไปยังประเทศต่าง ๆ อย่างรวดเร็ด  ซึ่งโรคนี้เกิดจากการผสมของไวรัสสายพันธุ์ทั้งคนและสัตว์ จนเกิดการกลายพันธุ์และแพร่กระจายจากคนสู่คนใน อาการที่บ่งชี้ว่าเป็นโรคนี้คือ ไข้ขึ้นสูง น้ำมูกไหล ไอ ระบบทางเดินหายใจผิดปกติ บางรายอาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วย โรคนี้มีสามารถใช้ยาต้านที่ชื่อว่า “โอเซลตามิเวียร์” รักษาได้ 
  • วรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A/ H3N2 เป็นไวรัสที่สามารถติดต่อจากหมูสู่คนได้ และเคยระบาดหนักในฮ่องกงมาก่อน โรคนี้จึงมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า ไข้หวัดฮ่องกง อาการที่บ่งชี้ว่าเป็นโรคนี้คือ ผู้ป่วยจะมีอาการเหมือนเป็นไข้หวัดทั่วไป แต่จะมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย อาทิ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หายใจเร็ว เหนื่อย หอบ เป็นต้น 
  • ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B Colorado ตระกูล Victoria เป็นโรคที่ระบาดในสภาพอากาศเย็นแห้ง หรือในฤดูหนาว จะแพร่กระจายได้ในคนสู่คนเท่านั้น ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวมักมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคนี้ได้ 
  • ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B Phuket ตระกูล Yamagata จะระบาดในช่วงเดือนธันวาคมไปจนถึงมกราคม โดยกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้มากที่สุด คือ เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี  ผู้หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ
วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ฉีดได้ที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก

วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่คืออะไร ?

วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine) เป็นวัคซีนชนิดฉีด ผลิตจากเชื้อที่ตายแล้ว โดยผ่านกระบวนการผลิตที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง ในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ แต่ผู้ฉีดวัคซีนแล้วยังอาจเป็นไข้หวัดใหญ่ได้แต่อาการจะน้อยลง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ไม่ป้องกันไข้หวัดทั่วไปที่เกิดจากเชื้ออื่น ๆ ได้

วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่มีใช้ในประเทศไทยเป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย ซึ่งมี 2 กลุ่ม ได้แก่

  • กลุ่มที่มีส่วนประกอบของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์หลัก (trivalent inactivated influenza vaccine) คือ influenza A influenza B และ influenza C แต่ที่มีการเฝ้าระวังกันอย่างจริงจังจะมีแค่ชนิด A และ B เนื่องจากชนิด C พบได้น้อย มีอาการไม่รุนแรง และไม่เกิดการแพร่ระบาดได้มากเท่ากับ 2 ประเภทแรก
  • กลุ่มที่มีส่วนประกอบของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์หลัก (quadrivalent inactivated influenza vaccine)  ซึ่งครอบคลุมไวรัส 4 สายพันธุ์ดังต่อไปนี้
    • ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A/H1N1
    • ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A/ H3N2
    • ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B ตระกูล Victoria
    • ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B ตระกูล Yamagata

องค์การอนามัยโลก แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์ เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ครอบคลุมมากขึ้นจากเดิม

ทำไมต้องฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกปี ?

การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ควรทำเป็นประจำทุกปี เพราะเมื่อได้รับวัคซีนไปสักระยะหนึ่งแล้ว ภูมิคุ้มกันของร่างกายที่มีต่อโรคจะค่อย ๆ ลดลง ซึ่งในแต่ละปีสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่จะมีการเปลี่ยนแปลงตลอด ดังนั้นจึงต้องฉีดวัคซีนทุกปีเพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน และสามารถป้องกันได้ตรงกับสายพันธุ์ที่กำลังระบาด

  • แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ก่อนฤดูที่มีการระบาด (ฤดูฝน และ ฤดูหนาว)   จึงควรฉีดวัคซีนล่วงหน้าประมาณ  2 เดือน เพื่อให้วัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพสูงซึ่งเป็นช่วงที่มีการระบาดพอดีและฉีดอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่มีต่อเชื้อไข้หวัดใหญ่จะลดต่ำลงได้ในระยะเวลาไม่นาน 
  • การฉีดวัคซีนทุกปี จึงเป็นการกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันอยู่ในระดับสูง ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในแต่ละปี
  • วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ แนะนำให้ฉีดได้ตั้งแต่เด็กอายุ 6 เดือน จนถึงผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ รวมถึงหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตรก็สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้เช่นกัน

ใครบ้างที่ควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

  • บุคคลทั่วไป สามารถฉีดได้ทุกช่วงอายุ
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตวาย โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคตับ โรคเลือด และโรคมะเร็งที่อยู่ระหว่างได้รับเคมีบำบัด
  • หญิงมีครรภ์ ที่อายุครรภ์ 4 เดือน ขึ้นไป
  • ผู้ที่มีอายุ 65 ปี ขึ้นไป
  • เด็กเล็ก อายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี
  • ผู้พิการทางสมอง ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
  • ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง และ ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ที่มีอาการ
  • ผู้ที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 100 กิโลกรัม หรือ BMI ตั้งแต่ 35 Kg/m2
  • ผู้ที่วางแผนเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะใน ยุโรป อเมริกา
  • ผู้ที่มีแนวโน้มว่าจะต้องเข้าไปในสถานที่แออัด หรือที่มีคนเป็นจำนวนมาก เช่น ผู้ที่จะไปพิธีแสวงบุญ ผู้จะไปชมกีฬา ไปเที่ยวงานเทศกาลต่าง ๆ
  • บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย

ใครบ้างที่ไม่ควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

  • เด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน
  • ผู้ที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ผู้ที่เคยฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ แล้วมีอาการแพ้อย่างรุนแรงจากการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในครั้งก่อน
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ไข่ไก่อย่างรุนแรง หรือแพ้ส่วนผสมต่างๆ ในวัคซีน (วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ไม่มียาปฏิชีวนะและสารกันเสีย)
  • หากมีไข้ เจ็บป่วยเฉียบพลัน หรือโรคประจำตัวมีอาการกำเริบควบคุมไม่ได้ ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อน กรณีเป็นหวัดเล็กน้อย ไม่มีไข้ สามารถรับการฉีดวัคซีนได้

ผลข้างเคียงของวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

  • อาการเฉพาะที่บริเวณที่ฉีด เช่น ปวด บวม แดง เกิดภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังฉีด แต่อาการจะหายไปเองภายใน 2-7 วัน หรือประคบเย็นบริเวณที่ฉีด แต่ถ้ามีอาการผิดปกติอื่นนอกจากนี้ ควรปรึกษาแพทย์
  • หลังฉีดบางรายจะมีไข้ต่ำๆ รู้สึกไม่สบายตัว ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ อาจเริ่มมีอาการภายใน 6-12 ชั่วโมง และอาจเป็นนาน 1-2 วัน โดยไม่ต้องรับการรักษา
  • ส่วนการแพ้ถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตมีน้อยมาก ถ้าหากเกิดขึ้นจะปรากฏภายใน 2-3 นาที ถึง 2-3 ชั่วโมงหลังฉีด โดยอาจมีอาการหายใจไม่สะดวกเสียงแหบหรือหายใจมีเสียงดัง ลมพิษ ซีดขาว อ่อนเพลีย หัวใจเต้นเร็ว หรือเวียนศีรษะ หากมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งควรรีบพบแพทย์โดยด่วน

วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ มีประโยชน์อย่างไร?

นอกเหนือจากการปกป้องร่างกายจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ทั้ง 4 สายพันธุ์ดังที่กล่าวมาแล้วนั้น การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ยังมีประโยชน์เพิ่มเติมดังต่อไปนี้

  • สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด B ครอบคลุมสายพันธุ์มากขึ้นกว่าเดิม เพราะไวรัสไข้หวัดใหญ่ มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ทุกปี
  • กระตุ้นและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
  • ลดอัตราการระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่
  • ลดการติดเชื้อในหูชั้นกลางในเด็กได้
  • ลดปัญหาจากภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้ป่วยเรื้อรัง
  • ลดการใช้ยาปฎิชีวนะ จากภาวะแทรกซ้อนในการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • ลดค่าใช้จ่ายในการรักษา
  • ลดการขาดงานหรือขาดเรียน
  • ลดค่าใช้จ่ายในการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล
  • ลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่
  • ปกป้องผู้ป่วยโรคเรื่องรังจากความเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อ
  • ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ในผู้สูงอายุ มากกว่า 65 ปี ได้ 60%

ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ที่ภูเก็ตได้ที่ไหน?

ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก ให้บริการที่ใกล้ชิด ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมทั้งทีมงานที่มีความชำนาญ พร้อมให้คำปรึกษาและ การรักษา โดยคุณสามารถเข้ารับบริการได้ทั้ง walk-in หรือนัดหมายล่วงหน้า เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้ารับบริการ

ช่องทางการติดต่อ

สาขาลากูน่า

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 21.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me

สาขาในเมือง

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8  ตำบลตลาดเหนือ  อำเภอเมืองภูเก็ต  จ.ภูเก็ต 83000 
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 20.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id.   @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ  096 288 2449
  • แผนที่คลินิก   https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9 
  • จองคิวตรวจออนไลน์    https://pmctown.youcanbook.me

สาขาหอนาฬิกา

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก  สาขาหอนาฬิกา   206/8 ถ. ภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์        10.00- 20.00น. (ช่วงเเรก)
  • สอบถามผ่าน Line id.  @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ   096 696 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
  • จองคิวตรวจออนไลน์  https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me

Similar Posts

  • วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค

    วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค (Cholera Vaccine)  ได้รับการพัฒนามานานแล้ว แต่ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคยังไม่ยืนยาว กล่าวคือ มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคร้อยละประมาณ 85 (85%) ในช่วง 6 เดือนแรก และลดลงเหลือน้อยกว่าร้อยละ 50 (50%) หลังการรับวัคซีนไปแล้ว 2 ปี เพราะวัคซีนป้องกันได้นาน 2 ปี

    ปัจจุบัน มีวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค 2 ชนิด คือ ชนิดรับประทาน, และชนิดฉีดแต่ความนิยมการใช้วัคซีนชนิดฉีดลดลง เนื่องจากประสิทธิภาพด้อยกว่าชนิดรับประทาน  โดยต้องรับประทานวัคซีน 2 ครั้ง ห่างกัน 1-6 สัปดาห์ และสำหรับ เด็กอายุ 2 – 6 ปี ควรได้รับ 3 ครั้ง โดยระยะห่าง 1 – 6 สัปดาห์เช่นกัน

  • วัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน

    วัคซีน MMR เป็นวัคซีนที่สามารถป้องกันได้ถึง 3 โรค ได้แก่ โรคหัด (Measles) คางทูม (Mumps) และหัดเยอรมัน (Rubella) เมื่อนำอักษรภาษาอังกฤษตัวแรกของทั้ง 3 โรคมารวมกันจึงกลายเป็นชื่อวัคซีน MMR นั่นเอง

    วัคซีน MMR เป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็น (Live attenuated vaccine) ประกอบไปด้วยเชื้อไวรัสมีชีวิตที่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์ลง ที่ผลิตจากเชื้อไวรัส Mump, Measles และ Rubella ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันได้เช่นเดียวกับวัคซีนป้องกันเดี่ยวๆ ของแต่ละโรค และมีผลข้างเคียงน้อย จึงได้รับความนิยมกว่าการฉีดวัคซีนแยกเดี่ยวๆ

  • สร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายโดยการฉีดวัคซีน

    การสร้างภูมิคุ้มกันโรคอาจทำได้อีกวิธีหนึ่ง โดยการให้ภูมิต้านทานสำเร็จ หรือที่แพทย์เรียกว่า อิมมูโนโกลบูลิน เข้าไปในร่างกายและสามารถต่อต้านเชื้อโรคได้ทันที ซึ่งวัคซีนไม่ได้หมายความถึงแต่การให้ภูมิคุ้มกันแก่เด็กเท่านั้น แต่ในบางประเภทของวัคซีนมีความมุ่งหมายให้ใช้ในการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ผู้ใหญ่ด้วย ได้แก่ วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอและบี วัคซีนป้องกันอีสุกอีใส ไข้หวัดใหญ่ นิวโมคอคคัส และวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด เป็นต้น

  • วัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบเจอี

    โรคไข้สมองอักเสบเจอี  เกิดจากเชื้อไวรัสเจอี (Japanese encephalitis virus, JEV)   โดยมียุงรำคาญ ชนิด Culex tritaeniorrhynchus ซึ่งหากินเวลากลางคืนเป็นพาหะนำโรค ซึ่งโรคนี้ทำให้เกิดการอักเสบของระบบสมองส่วนกลาง ไม่มียารักษาโดยเฉพาะ เป็นผลให้มีอัตราการตายสูง และก่อให้เกิดความพิการทางสมองในผู้ที่รอดชีวิต ส่วนใหญ่มักจะเป็นในเด็ก ระยะฟักตัวของโรค 5-15 วัน ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสนี้ส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการ มีเพียงส่วนน้อยที่จะป่วยอาการรุนแรง เช่น มีไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง อาเจียนพุ่ง มีอาการชักเกร็ง ไม่รู้สึกตัว  และอาจเสียชีวิตได้  แต่ถึงแม้ว่าผู้ป่วยจะรอดชีวิตก็มักมีความพิการทางสมองหลงเหลืออยู่ ซึ่งโรคนี้ไม่มียารักษาเฉพาะ แต่สามารถป้องกันได้ด้วยฉีดวัคซีนป้องกันโรคใช้สมองอักเสบเจอี ส่วนใหญ่มักจะได้รับวัคซีนตั้งแต่ยังเด็ก หลังจากได้รับคอร์สแรกแล้ว อาจต้องฉีดกระตุ้นทุก ๆ 4-5 ปี เพื่อให้ภูมิคุ้มกันอยู่ในระดับสูงพอที่จะป้องกันโรคได้

  • วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด

    ในประเทศไทยมีวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดเพียงชนิดเดียว คือ วัคซีนที่เตรียมจากเชื้อไวรัส varicella zoster ชนิดที่ถูกทำให้อ่อนแรงลง

    จากการศึกษาพบว่าการฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดสามารถป้องกันการเกิดโรคได้ร้อยละ 69.8 และป้องกันการเกิดอาการแทรกซ้อน คือ อาการปวดปลายประสาทหลังเป็นโรคงูสวัด ได้ถึงร้อยละ 66.5 ในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 50-59 ปี ส่วนในกลุ่มผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป วัคซีนสามารถป้องกันการเกิดโรคได้ร้อยละ 51 และป้องกันการเกิดอาการปวดปลายประสาทหลังเป็นโรคงูสวัดได้ร้อยละ 39

  • วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี

    ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B หรือ HBV) คือ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ทำให้เกิดปฎิกิริยาต่อระบบภูมิต้านทานของร่างกาย ส่งผลให้ผู้ที่ได้รับเชื้อมีการอักเสบของเซลล์ตับ และทำให้เซลล์ตับถูกทำลาย

    วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี (Hepatitis B Vaccine) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี การฉีดวัคซีนนี้ช่วยในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้สามารถต่อต้านไวรัสได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดความรุนแรงของโรคตับอักเสบบีเมื่อติดเชื้อ