โรคอ้วนเสี่ยงต่อการเกิดโรคอะไรบ้าง?

ปัจจุบันคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะคนเมือง ที่นิยมกินอาหารประเภทที่มีไขมัน และน้ำตาลสูง และยังใช้เวลาทำงานส่วนใหญ่อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ วันละหลายชั่วโมง ทำให้เกิดการขยับตัวน้อย ทำงานหนัก นอนดึก และไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย ทำให้หลายคนมีปัญหาด้านสุขภาพรุมเร้ามากมายตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งรวมถึงการมีน้ำหนักตัวที่สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน หากไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสม จึงทำให้ปัญหาเหล่านี้ถูกสะสมจนก่อให้เกิดโรคเรื้อรังในระยะยาวได้ หรืออาจกลายเป็นโรคอ้วน คือ ภาวะที่ร่างกายมีการสะสมไขมันมากเกินกว่าปกติ หรือมากเกินกว่าที่ร่างกายจะเผาผลาญ จึงสะสมพลังงานที่เหลือเอาไว้ในรูปของไขมันตามอวัยวะต่างๆ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาด้านสุขภาพ และเป็นสาเหตุของการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ตามมา

โรคอ้วนเสี่ยงต่อการเกิดโรคอะไรบ้าง

โรคอ้วนเสี่ยงต่อการเกิดโรคอะไรบ้าง?

เมื่อร่างกายของคนเรามีการสะสมของไขมันในส่วนต่างๆมากกว่าปกติ นอกจากจะทำให้สูญเสียความมั่นใจในรูปร่างแล้วนั้น โรคอ้วน และภาวะอ้วนลงพุง ส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ในหลาย ๆ ส่วน บางโรคอาจจะแสดงอาการให้เห็นชัดเจน ในขณะที่บางโรคก็อาจไม่แสดงอาการภายนอกแต่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว   

ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคร้าย หรือโรคเรื้อรังต่าง ๆ ตามมาได้ในอนาคต  เช่น  

โรคหัวใจ และหลอดเลือด

โรคหัวใจ และหลอดเลือดโดยตรง เนื่องจากระดับของไขมันคอเลสเตอรอล และไขมันสะสมในร่างกายสูงกว่าปกติ ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดแดงแข็ง และหนาตัว ขึ้น เพราะมีมีไขมันเกาะอยู่ภายในผนังหลอดเลือด ซึ่งจะค่อยๆ พอกตัวขึ้นทีละน้อย  ทำให้หลอดเลือดแดงจึงตีบแคบ เลือดไหลเวียนได้น้อย และเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตันในที่สุด หรืออาจพัฒนากลายเป็นภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายได้ และส่งผลให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด ไตวาย อัมพาต อัมพฤกษ์ได้

โรคหลอดเลือดสมอง

เป็นโรคที่เกิดจาดหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นทั้งหลอดเลือดสมองแตกทำให้เกิดการคั่งของเลือดในสมอง และหลอดเลือดสมองตีบทำให้สมองขาดเลือด โดยสาเหตุมาจากการที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ และเส้นเลือดจะค่อยๆ ตีบลงเหลือรูให้เลือดผ่านได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น  หากมีลิ่มเลือดจากส่วนอื่นๆ ไหลไปปิดกั้นทางเดินของหลอดเลือดที่จะไปเลี้ยงสมอง ทำให้สมองขาดเลือดแบบทันทีหรือที่เราเรียกว่า สโตรก(Stroke) หรือโรคหลอดเลือดสมอง อาจจะทำให้สมองพิการถาวร หรือเป็นอัมพาตได้ หากรุนแรงก็อาจจะทำให้เสียชีวิต 

โรคความดันโลหิตสูง

ปัจจุบันโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่พบได้บ่อยมากขึ้น โดยเฉพาะในวัยทำงาน ประกอบกับสาเหตุที่ส่งเสริมให้เกิดโรคนี้มีหลายปัจจัย ทั้งอายุ เพศ รวมไปถึงความอ้วน การที่เรามีน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น  อาจเป็นผลทำให้ระดับความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นจากปกติ ส่งผลให้มีการเพิ่ม และขยายตัวของผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดการฉีกขาดเป็นอันตรายต่ออวัยวะต่าง ๆไม่ว่าจะเป็นจอประสาทตา, หัวใจ, สมอง รวมถึงไตด้วย  จากสิ่งเหล่านี้ ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่มักไม่ค่อยแสดงอาการ กว่าจะรู้ตัวก็อยู่ในระดับที่รุนแรงแล้ว ทำให้เกิดโรคอื่นๆตามมา เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เสี่ยงเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เสี่ยงหัวใจวาย ภาวะไตวายเรื้อรัง หลอดเลือดสมองตีบ หรือรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

โรคไขมันในเลือดสูง

ไขมันในเลือดสูง คือการที่ร่างกายมีไขมันในเลือดมากผิดปกติ เกิดจากอาหารที่รับประทานอุดมไปด้วยไขมัน และคอเรสเตอรอล  เช่น อาหารรสจัด ของมัน ของทอด ของหวานต่าง ๆ ฯลฯ ทำให้เส้นเลือดต่าง ๆ โดยเฉพาะเส้นเลือดหัวใจ และเส้นเลือดสมองมีคราบไขมันเกาะ ซึ่งการเกาะสะสมของไขมันนั้นทำให้หลอดเลือดตีบและแคบลง ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดผ่านไปสู่อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายทำได้ยากขึ้น ยิ่งทำให้เส้นเลือด หัวใจตีบ หลอดเลือดไหลเวียนไม่เพียงพอ

โรคเบาหวาน

ความอ้วน เป็นปัจจัยหนึ่งของความเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวาน  เพราะการกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต และไขมันมากเกินไป ซึ่งคาร์โบไฮเดรตและไขมันจะถูกเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาล ทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง  พบว่าในคนที่เป็นโรคอ้วน มีอินซูลินที่หลั่งจากตับอ่อนอาจออกฤทธิ์ไม่ดีเท่ากับคนทั่วไป ส่งผลให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน   คือ ทำให้เนื้อเยื่อตอนปลายตอบสนองต่ออินซูลินได้น้อยลง เบตาเซลล์ไม่ทำงาน ไขมันในเลือดสูง ทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับระบบการเผาผลาญได้ง่าย (Metabolic Syndrome) และหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา ในระยะยาวอาจส่งผลให้หลอดเลือดถูกทำลาย และนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนของโรคอื่นที่รุนแรงตามมาได้ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมอง โรคไตวายเรื้อรัง รวมถึงโรคอัมพฤกษ์อัมพาตจากเส้นเลือดในสมองแตก ฯลฯ

โรคอ้วน-โรคไขมันพอกตับ

โรคไขมันพอกตับ

โรคนี้เกิดจากการรับประทานมากเกินไปเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดไขมันก่อตัวขึ้นในตับ เมื่อตับไม่ได้นำไขมันไปใช้ หรือย่อยสลายอย่างที่ควรจะเป็นก็อาจเกิดการสะสมไขมันขึ้น  โดยร้อยละ 20 ของคนที่เป็นโรคอ้วนจะมีโรคไขมันพอกตับร่วมอยู่ด้วย  โรคนี้ส่วนใหญ่ที่เป็นในระยะแรกๆนั้นไม่แสดงอาการ หรือหากมีอาการก็อาจเป็นอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจงมากพอที่จะบ่งบอกโรคได้ เช่น อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ฯลฯ  การตรวจพบโรคไขมันพอกตับจึงมักพบในผู้ป่วยที่เข้ารับการเจาะเลือดตรวจสุขภาพ โดยโรคไขมันพอกตับเกิดจากสมดุลของการสร้างกรดไขมันอิสระในร่างกายที่เสียไป ทำให้ตับบวม เพราะมีไขมันสะสมอยู่มากจากนั้นจะมีการอักเสบเรื้อรัง และเกิดพังผืดภายในตับส่งผลให้เกิดภาวะตับแข็งในที่สุด

โรคหยุดหายใจขณะหลับ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเกิดจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบน และมีอาการนอนกรนร่วมด้วย โดยในคนอ้วนจะเริ่มมีการหย่อนคล้อยในคอลำคอและช่องทางเดินหายใจ ลิ้นโต คับปาก ซึ่งเมื่อนอนหลับ กล้ามเนื้อบริเวณคอจะคลายตัว ส่งผลให้อวัยวะที่มีขนาดโต หรือมีไขมันสะสมในผนังลำคอมากขึ้น ผนังลำคอจึงหนา และมีลักษณะลำคอหดสั้นมากขึ้น ช่องลำคอจึงแคบลง กดทับทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการหยุดหายใจขณะหลับได้นั่นเอง สิ่งที่เกิดขึ้นตามมา จากการหยุดหายใจขณะหลับ คือ อาการสะดุ้งตื่นขณะหลับทำให้นอนหลับได้ไม่สนิท คุณภาพการนอนแย่ลง เมื่อตื่นนอนจะรู้สึกไม่สดชื่น อ่อนเพลีย ขาดความกระตือรือร้น หากเป็นโรคความดันสูงร่วมด้วยจะทำให้อาการเป็นหนักมากยิ่งขึ้น  เพราะเป็นการนอนหลับแบบไม่ปกติ มีผลทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนเรื้อรัง รวมถึงเกิดการหลั่งสารที่มีผลต่อการบีบตัวของหลอดเลือด ส่งผลกระทบต่อการเต้นของหัวใจ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้

โรคมะเร็งต่างๆ

โรคอ้วนเป็นปัจจัยเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งเต้านม ต่อมลูกหมาก และมะเร็งลำไส้ใหญ่

ภาวะมีบุตรยาก

  • ผู้ชายที่เป็นโรคอ้วน
    •  มีผลต่อความแข็งแรงของสเปิร์ม ต้องลดน้ำหนัก จึงจะช่วยให้สเปิร์มมีความแข็งแรงมากขึ้น
    • มีการสร้างเซลล์ใหม่ เพื่อทดแทนเซลล์เก่าได้ช้าลง รวมถึงเซลล์สเปิร์ม หากมีภาวะอ้วนจะทำให้การทดแทนเซลล์สเปิร์มตัวเก่าทำได้ช้าลง
    • คนอ้วน จะมีอุณหภูมิร่างกายมากกว่าคนปกติ ซึ่งหากอุณหภูมิในร่างกายสูง จะทำให้คุณผู้ชายผลิตสเปิร์มได้น้อยลง การเคลื่อนไหวของสเปิร์มน้อยลง
    • มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเบาหวาน ทำให้เส้นเลือดที่จะไปเลี้ยงบริเวณลูกอัณฑะน้อยลง ส่งผลให้การผลิตสเปิร์มทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร
  • ผู้หญิงที่เป็นโรคอ้วน 
    • ผู้หญิงที่เป็นโรคอ้วน จะมีความเสี่ยงต่อการมีบุตรยาก 3 เท่าของหญิงที่มีน้ำหนักปกติ และพบว่าทุกๆ 1 หน่วย BMI (ดัชนีมวลกาย) ที่เพิ่มขึ้นของคนที่มี BMI 29 ขึ้นไปจะลดโอกาสการมีลูก 5%
    • ผู้หญิงที่มีภาวะอ้วน จะมีฮอร์โมนเพศชายสูงมากกว่าปกติ ส่งผลทำให้ฮอร์โมนรังไข่ผิดปกติ จึงทำให้ไข่ไม่ตก
    • คุณภาพของไข่แย่ลง
    • ประจำเดือนขาดหายหรือมาไม่ปกติ ทำให้ไข่ตกคลาดเคลื่อน
    • ผู้หญิงน้ำหนักเกินมีความเสี่ยงเป็นโรคภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ PCOS หรือ ( Polycystic Ovarian Syndrome ) มักพบในผู้หญิงที่มีน้ำหนักเกิน ซึ่งทำให้มีบุตรยาก เนื่องจากภาวะไม่ตกไข่เรื้อรัง
    • หากทำการรักษาภาวะมีบุตรยาก ผู้หญิงทีมีภาวะโรคอ้วน จะทำให้ใส่ตัวอ่อนยากกว่า ทำให้โอกาสในการตั้งครรภ์ลดลง
    • หากตั้งครรภ์มีโอกาสแท้งบุตรในช่วง 3 เดือนแรก หรืออาจทำให้เกิดภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ครรภ์เป็นพิษ ทารกเติบโตช้าขณะอยู่ในครรภ์

ประจำเดือนมาไม่ปกติ

โรคอ้วนอาจส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ขาดประจำเดือนไปได้คราวละหลาย ๆ เดือน  เนื่องจากในคนอ้วนผิวหนังสามารถเปลี่ยนเซลล์ไขมันไปเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งมีผลต่อการหลั่งฮอร์โมน FSH และฮอร์โมน LH ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ

โรคข้อเสื่อม

โรคอ้วน ส่งผลโดยตรงต่อน้ำหนักที่ลงข้อต่อหลายแห่งมากกว่าคนไม่อ้วน เพราะต้องแบกรับน้ำหนักที่มากขึ้น ข้อต่อตามส่วนต่างๆของร่างกาย ทั้งหลัง สะโพก หรือหัวเข่า มีผลให้กระดูกอ่อนซึ่งทำหน้าที่ป้องกันข้อต่อค่อยๆ เสื่อมสภาพลงเร็วขึ้น เกิดแรงกดทับบริเวณกระดูกข้อต่อ ทำให้มีอาการปวด ซึ่งคือหนึ่งในสาเหตุของโรคข้อเสื่อมได้

โรคอ้วน-โรคผิวหนังช้าง

โรคผิวหนัง เช่น สิว ขนดก มีกลิ่นตัว 

โรคผิวหนังที่พบได้บ่อยๆในคนไข้โรคอ้วน สาเหตุล้วนเกิดจากการมีการสะสมไขมันในร่างกายมากกว่าปกติ หรือ โรคอ้วน ได้แก่

  • โรคผิวหนังช้าง (Acanthosis Nigricans) เป็นร่องรอยโรคผิวหนังที่มีลักษณะ เป็นปื้นดำหนาขรุขระดูคล้ายผ้ากำมะหยี่ พบบ่อยที่บริเวณซอกพับของร่างกาย บางครั้งจะมีติ่งเนื้อ จำนวนมากขึ้นควบคู่ไปกับปืนดำ เช่น รักแร้หลังคอ ข้อพับแขน หากเป็นมากอาจพบที่บริเวณใดก็ได้ เช่น ใบหน้า และหลังมือซึ่งบ่งบอกถึงความผิดปกติ หรือ ดื้อต่อฮอร์โมน Insulin
  • โรคขนคุด (Keratosis pilaris)  มีลักษณะเป็นตุ่มนูนแข็งบนรูขน คลำแล้วรู้สึกผิวสาก ไม่เรียบ พบมากบริเวณแขนขาทั้งสองข้าง บางรายมีขนดก เส้นขนยาวขึ้นและมีสีเข้ม เป็นสิว
  • โรคที่เกี่ยวกับเซลลูไลท์ หรือ ผิวหนังแตกลาย รวมไปถึงผิวหนังขรุขระคล้ายเปลือกส้ม พบมากที่ต้นขา ขั้นท้าย และหน้าท้อง
  • โรคติดเชื้อบริเวณซอกพับ เช่น เชื้อราในร่มผ้าอันเนื่องมาจากความอับขึ้น เกิดผื่นผิวหนังอักเสบที่ซอกผับ เช่น บริเวณขาหนีบใต้ราวนม
  • โรคติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังชนิดต่าง ๆ ตั้งแต่ต่อมขนอักเสบ ไปจนถึงติดเชื้อลามลึกเข้าไปยังเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง
  • โรคสะเก็ดเงิน คนที่อ้วน และเป็นโรคเบาหวาน มีโอกาสเป็นโรคสะเก็ดเงินได้มากขึ้น ถึงแม้จะไม่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต แต่อาจส่งผลกระทบต่ออาการทางข้อจนทำให้ข้อบิดเบี้ยว เสียรูป จึงต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคข้อควบคู่กันด้วย
  • มักมีกลิ่นตัวแรงกว่าคนที่ผอม เพราะคนอ้วนมีโอกาสที่อวัยวะภายนอกมีส่วนอับชื้น สร้างกลิ่นไม่พึงประสงค์ ตามรักแร้ ชั้นพุง ขาหนีบ มากกว่าคนผอม และต่อมเหงื่อยังผลิตเหงื่อมากกว่าคนที่ผอมอีกด้วย

กรดไหลย้อน

ไขมันที่หน้าท้องที่เพิ่มมากขึ้นนำมาซึ่งความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคกรดไหลย้อน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการดันในช่องท้อง และความดันในกระเพาะอาหารสูงขึ้น ทำให้กรดและอาหารที่กำลังย่อยในกระเพาะอาหารไหลทวนย้อนกลับเข้าสู่หลอดอาหาร และมีส่วนทำให้ลำไส้เคลื่อนที่มาดันที่กระเพาะอาหาร หรือบางท่านที่เป็นโรคอ้วนมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogen) ที่เพิ่มมากขึ้น เป็นสาเหตุทำให้กรดไหลย้อนขึ้นมา

ภาวะไอ จาม ปัสสาวะเล็ด

เกิดจากกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่คอยพยุงท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะหย่อนยาน สามารถเกิดขึ้นได้จากภาวะผิดปกติของร่างกายด้านต่าง ๆ รวมถึงโรคอ้วนด้วย เมื่อขาดตัวช่วยพยุงท่อปัสสาวะเมื่อเวลาไอหรือจาม ท่อปัสสาวะเปิดตัวทำให้ปัสสาวะเล็ดออกมา

ไตทำงานหนัก

คนอ้วนมักกินอาหารเยอะเป็นพิเศษ ไตจึงต้องทำงานหนักเพื่อกำจัดของเสียต่างๆ นอกจากนี้คนอ้วนยังมีความเสี่ยงในการเป็นโรคเรื้อรังที่ทำให้ต้องกินยาเป็นประจำ ซึ่งยาเหล่านั้นอาจส่งผลกระทบต่อไตได้

นิ่วในถุงน้ำดี และนิ่วในไต

พบว่าคนอ้วนมักมีนิ่วในถุงน้ำดี และนิ่วในไตบ่อย  เกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารด้วยนั่นเอง  เพราะมีลักษณะของนิ่วที่เกิดขึ้นล้วนเกี่ยวข้องกับอาหารที่มีไขมันสูง ทำให้การสะสมของไขมัน และคอเรสเตอรอล  เกินกว่าการทำงานของร่างกายสะสมจนกลายเป็นก้อนนิ่วได้ในที่สุด จึงควรเลือกกินอาหารที่ดีมีประโยชน์ และดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยลดการเกิดตะกอนที่ทำให้เกิดนิ่ว

โรคติดเชื้อโควิด-19 ที่มีความรุนแรง

ผู้เป็นโรคอ้วน หรือคนอ้วน เมื่อได้รับเชื้อโควิด -19  เชื้อจะเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการอักเสบขึ้นในร่างกาย และมีโอกาสในการเกิดโรคที่รุนแรงกว่าคนทั่วไป เนื่องจากการที่ปอดทำงานลดลง ภูมิคุ้มกัน T cell ทำงานน้อยกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดลิ่มเลือดในปอดได้ง่ายขึ้น รวมทั้งในคนอ้วนจะมีเซลล์ไขมันในร่างกาย ซึ่งสามารถรับเชื้อโควิด-19 ในปอดได้มากกว่า ทำให้ปอดอักเสบรุนแรงกว่า และมักจะมีโรคอื่นร่วมด้วย เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคไขมันพอกตับ โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น  เนื่องจากเชื้อโควิดจะเป็นตัวกระตุ้นให้การอักเสบรุนแรงมากขึ้น และลุกลามไปยังอวัยวะต่างๆ  เช่น ไตวาย หัวใจล้มเหลว ปอดล้มเหลว และอาจทำให้เสียชีวิตได้

ตรวจโรคอ้วน ที่ภูเก็ตตรวจได้ที่ไหน?

ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก ให้บริการที่ใกล้ชิด ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมทั้งทีมงานที่มีความชำนาญ พร้อมให้คำปรึกษาและ การรักษา โดยคุณสามารถเข้ารับบริการได้ทั้ง walk-in หรือนัดหมายล่วงหน้า เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้ารับบริการ

ช่องทางการติดต่อ

สาขาลากูน่า

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 21.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me

สาขาในเมือง

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8  ตำบลตลาดเหนือ  อำเภอเมืองภูเก็ต  จ.ภูเก็ต 83000 
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 20.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id.   @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ  096 288 2449
  • แผนที่คลินิก   https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9 
  • จองคิวตรวจออนไลน์    https://pmctown.youcanbook.me

สาขาหอนาฬิกา

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก  สาขาหอนาฬิกา   206/8 ถ. ภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์        10.00- 20.00น. (ช่วงเเรก)
  • สอบถามผ่าน Line id.  @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ   096 696 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
  • จองคิวตรวจออนไลน์  https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me

Similar Posts

  • โรคเอ็ดเวิร์ดซินโดรม

    เอ็ดเวิร์ด ซินโดรม (Edward’s Syndrome หรือ Trisomy 18) คือ โรคทางพันธุกรรมที่เกี่ยวของกับความผิดปกติของโครโมโซม เกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 18 เกินมา 1 แท่ง ซึ่งความเสี่ยงของโรคจะเพิ่มขึ้นหากมารดามีอายุมากขึ้น ทำให้มีอาการผิดปกติจากคนทั่วไป เช่น ปัญญาอ่อน ปากแหว่ง เพดานโหว่ ปากและกรามเล็ก คางเว้า ขากรรไกรสั้น หูต่ำกว่าคนปกติ มีรอยพับย่นบนเปลือกตา นอกจากนี้ยังมีความผิดปกติเกี่ยวกับม่านตา ผิวทับซ้อนกันขณะกำมือ นิ้วมือบิดงอ กำแน่น และไม่พัฒนา สะดือจุ่น อัณฑะไม่ลงไปในถุง ปอด และระบบย่อยอาหารผิดปกติ มีปัญหาเกี่ยวกับไต หัวใจพิการ น้ำหนักน้อย โดนส่วนใหญ่จะพบในเด็กทารกผู้หญิง และเสียชีวิตตั้งแต่ก่อน 1 ขวบ

  • ปัสสาวะบ่อยเกิดจากสาเหตุอะไร?

    ปัสสาวะบ่อย (Frequent Urination) เป็นอาการที่พบบ่อย อาจเกิดจากอาหารหรือน้ำที่กินมากไป ในขณะเดียวกันอาจเป็นอาการนำของโรคร้ายได้เช่นกัน ซึ่งเป็นภาวะความผิดปกติที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน หากกำลังเดินทางหรือทำงานอยู่ ก็ต้องรีบมาเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ แม้กระทั่งในตอนกลางคืนที่ไปรบกวนการนอนหลับ ซึ่งอาจเป็นอันตรายและก่อโรคร้ายในอนาคต   สำหรับปกติทั่วไปแล้วเมื่อรู้สึกอยากขับถ่ายของเหลวแต่ติดภารกิจอยู่ ก็สามารถอั้นได้ แต่ผู้ป่วยภาวะนี้น้ำยังไม่เต็มกระเพาะปัสสาวะก็เกิดการบีบตัว เมื่อปลดเปลื้องของเสียจะมีปริมาณน้อยกว่าการปวด เสี่ยงที่กลั้นไม่อยู่ปล่อยราดออกมาได้

  • ดื่มน้ำอย่างไร? ให้ดีต่อร่างกาย

    การดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ นั้นดีต่อร่างกาย เพราะร่างกายของเราประกอบไปด้วยน้ำมากถึง 70% จึงจำเป็นต้องมีน้ำคอยหล่อเลี้ยงให้เซลล์ และอวัยวะต่างๆ ทำงานได้อย่างเป็นปกติ และมีประสิทธิภาพ น้ำจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ร่างกายของเราต้องการในแต่ละวัน ช่วยให้สุขภาพดี กระปรี้กระเปร่าได้ทั้งวัน ดังนั้นการดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก 

  • ระบบภูมิคุ้มกันแต่กำเนิด คืออะไร?

    ระบบภูมิคุ้มกันแต่กำเนิด (Innate immune system) เราทุกคนเกิดมาพร้อมกับระบบภูมิคุ้มกันประเภทนี้ ถูกถ่ายทอดจากพันธุกรรม คือ ภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นเองเพื่อป้องกันและสกัดเชื้อโรค ซึ่งเป็นกลไกที่ไม่จำเพาะเจาะจงกับเชื้อโรคชนิดใดชนิดหนึ่ง เช่น ผิวหนัง เยื่อบุ เยื่อเมือกต่าง ๆ ช่วยขัดขวางไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย หรือ กรดในกระเพาะอาหาร น้ำตา เหงื่อ ช่วยทำลายเชื้อโรคก่อนเข้าสู่ร่างกาย รวมถึงเซลล์เพชฌฆาต (Natural Killer Cells; NK Cells) ที่พร้อมต่อสู้กับเนื้องอก เซลล์มะเร็ง หรือการติดเชื้อไวรัสอย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดการติดเชื้อ  เพื่อทำให้ร่างกายเราปลอดภัยจากสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่น ซึ่งถือเป็นการป้องกันเชื้อโรคชั้นแรกของร่างกาย โดนภูมิคุ้มกันเเบบนี้มีมาตั้งเเต่เกิด โดยทารกที่มีอายุครรภ์ 5 สัปดาห์ จะเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันได้เอง เเต่ยังสร้างได้น้อยมาก เนื่องจากเริ่มมีการเจริญของอวัยวะน้ำเหลือง

  • โรคมะเร็งที่พบบ่อยในคนไทย

    โรคมะเร็ง ถือเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการเสียชีวิตของประชากรไทยตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน และยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมะเร็งมีโอกาสเกิดขึ้นกับคนอายุน้อยเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย เนื่องจากผลกระทบภายในและภายนอกร่างกาย ก็เป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้น ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ 

  • โรคตับ

    โรคตับ (Liver disease)  เป็นโรคที่เกิดจากการที่ตับได้รับบาดเจ็บ หรือเกิดแผลเป็นแบบถาวร จนทำให้เป็นพังผืดขึ้นในเนื้อตับ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของตับช้าลง เริ่มตั้งแต่การผลิตโปรตีน การจัดการกับสารพิษในร่างกาย การไหลเวียนของเลือดที่ไหลผ่านตับไม่สะดวก หรือบางกรณีอาจปิดกั้นไปเลยก็มี ขึ้นอยู่กับอาการว่าเป็นหนักหนาแค่ไหน ทำให้ระบบการทำงานของร่างกายแปรปรวน และอาจนำพาให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมาได้เช่นกัน เช่น เลือดออกง่าย และมีของเสียต่างๆสะสมในร่างกาย จนนำไปสู่การเสียชีวิตได้