โรคฝีมะม่วงป้องกันได้อย่างไร?

โรคฝีมะม่วง (Lymphogranuloma Venereum: LGV) ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เรื้อรัง ที่เกิดจากเชื้อคลาไมเดีย (Chlamydia Trachomatis) ซึ่งมักเกิดการติดเชื้อที่อวัยวะสืบพันธุ์หรือทวารหนัก ผู้ป่วยโรคนี้จะมีต่อมน้ำเหลืองโตที่ต้นขาข้างใดข้างหนึ่งหรือที่ขาหนีบ โดยจะเกิดตุ่มหรือแผลขนาดเล็กที่อวัยวะเพศก่อน จากนั้นต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบจะอักเสบ ทำให้เกิดอาการปวดบวมและเดินลำบาก นอกจากนี้ หากรูทวารอักเสบหรือมีแผล จะรู้สึกปวดบริเวณก้นตลอดเวลา อาจถ่ายไม่ออกหรือท้องร่วง หรือรูทวารตีบตันได้ ส่วนผู้หญิงที่ป่วยเป็นฝีมะม่วงจะทำให้อุ้งเชิงกรานอักเสบ ส่งผลให้ท้องนอกมดลูกได้ หรือปวดท้องน้อยเรื้อรัง รวมทั้งประสบภาวะมีบุตรยาก

ผู้ป่วยมักได้รับเชื้อผ่านการร่วมเพศ หรือสัมผัสหนองจากฝีมะม่วงโดยตรง โรคนี้มักพบมากในผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีหรือผู้ชายที่ร่วมเพศด้วยกัน หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ผู้ป่วยหายและใช้ชีวิตได้ตามปกติ

โรคฝีมะม่วงป้องกันได้อย่างไร

ภาวะแทรกซ้อนโรคฝีมะม่วง

ผู้ป่วยโรคฝีมะม่วงอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นเป็นเวลานานหลายปีหลังติดเชื้อครั้งแรก มีดังนี้

  • เกิดโรคฝีคัณฑสูตร (Fistula)  เกิดความเสียหายเป็นรูขึ้น บริเวณทวารหนักตรงจุดที่เชื่อมต่อระหว่างลำไส้ตรงกับช่องคลอด หรือแผลเป็นขนาดใหญ่ที่บริเวณขาหนีบ หรือ แผลที่ขาหนีบหายช้า
  • ผู้ชายประสบภาวะองคชาตมีพังผืด หรือองคชาตมีลักษณะผิดรูป
  • ผู้หญิงประสบภาวะปากมดลูกอักเสบหรือท่อนำไข่อักเสบ ซึ่งส่งผลให้เกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูก เกิดอาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง และประสบภาวะมีบุตรยาก
  • ประสบภาวะสมองอักเสบ
  • มีหนอง/น้ำเหลืองไหลต่อเนื่องจากการผ่าก้อนฝีที่ขาหนีบ
  • เกิดการอักเสบที่ข้อต่อ สมอง ดวงตา หัวใจ หรือตับ รวมทั้งป่วยเป็นปวดบวม
  • อวัยวะสืบพันธุ์บวมและเกิดการอักเสบเรื้อรัง จากการอุดกั้นของทางเดินน้ำเหลือง (ระบบน้ำเหลือง) ในบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์
  • ลำไส้อุดตัน จากการที่ลำไส้ตรงมีแผล และเกิดการตีบตัน
  • ประสบภาวะตับโตง
  • การตีบตันของช่องทวารหนัก หากมีการร่วมเพศทางทวารหนัก บางครั้งอาจต้องแก้ไขการตีบตันด้วยการผ่าตัด

การป้องกันโรคฝีมะม่วง

  • ควรงดมีเพศสัมพันธ์และพบแพทย์เพื่อรับการรักษาทันที เพื่อป้องกันเชื้อแพร่ไปสู่คู่นอนของตน
  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีโรค ซึ่งเป็นการป้องกันการเกิดโรคที่ดีที่สุด
  • เลี่ยงการสัมผัสผิวหนัง แผล หรือสารคัดหลั่งที่บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์
  • ไม่สำส่อนทางเพศ
  • สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพื่อช่วยลดโอกาสติดเชื้อจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • รักษาความสะอาด ด้วยการชำระล้างร่างกาย และอวัยวะเพศ รวมทั้งควรดื่มน้ำ และรับประทานยาปฏิชีวนะ หลังจากการมีเพศสัมพันธ์ หรือหลังจากการทำกิจกรรมทางเพศ
  • ควรตรวจร่างกายของตนเองและคู่นอนให้มั่นใจว่าปลอดเชื้อกามโรค
  • ออกกำลังกาย และ รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอด้วยการรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ)
  • ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้หนองไหลมากขึ้น  หรือเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และสารเสพติดอื่น ๆ เนื่องจากการใช้สารเสพติดหรือดื่มเครื่องดื่มมึนเมาจะทำให้ขาดสติ ก่อให้เกิดพฤติกรรมที่เสี่ยงติดเชื้อจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ง่าย เช่น ลืมใส่ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์

ตรวจโรคฝีมะม่วง ที่ภูเก็ตตรวจได้ที่ไหน?

ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก ให้บริการที่ใกล้ชิด ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมทั้งทีมงานที่มีความชำนาญ พร้อมให้คำปรึกษาและ การรักษา โดยคุณสามารถเข้ารับบริการได้ทั้ง walk-in หรือนัดหมายล่วงหน้า เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้ารับบริการ

ช่องทางการติดต่อ

สาขาลากูน่า

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 21.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me

สาขาในเมือง

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8  ตำบลตลาดเหนือ  อำเภอเมืองภูเก็ต  จ.ภูเก็ต 83000 
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 20.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id.   @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ  096 288 2449
  • แผนที่คลินิก   https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9 
  • จองคิวตรวจออนไลน์    https://pmctown.youcanbook.me

สาขาหอนาฬิกา

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก  สาขาหอนาฬิกา   206/8 ถ. ภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์        10.00- 20.00น. (ช่วงเเรก)
  • สอบถามผ่าน Line id.  @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ   096 696 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
  • จองคิวตรวจออนไลน์  https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me

Similar Posts

  • ตรวจคัดกรองไวรัสเอชไอวี

    ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการรับเชื้อเอชไอวีควรรีบเข้ารับการตรวจคัดกรองเพื่อวินิจฉัยการติดเชื้อ เนื่องจากการวินิจฉัยแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความกังวลใจ นอกจากนี้ถ้าผู้รับการตรวจติดเชื้อเอชไอวี จะทำให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง รวดเร็ว ได้รับทราบข้อมูลในการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง รวมถึงเทคนิคในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคเพื่อลดความเสี่ยงที่จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันถูกทำลายจากการติดเชื้อไวรัสเอชไอวีและนำไปสู่ผู้ป่วยโรคเอดส์เต็มขั้น

  • การดูแลตัวเองเมื่อป่วยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

    เมื่อเราพูดถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เราต้องยอมรับว่ามันเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเผชิญหน้าได้ เราต้องการความรู้และความเข้าใจในเรื่องนี้เพื่อป้องกันและดูแลตัวเองเมื่อเราต้องเผชิญหน้ากับโรค และการดูแลตัวเองเมื่อป่วยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และวิธีการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต

    โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คือ โรคที่ติดเชื้อ และแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ทั้งจากการร่วมเพศทางช่องคลอด ทางปาก หรือทวารหนัก ปัญหาหลักของโรคเหล่านี้ คือ ผู้ป่วยจะรู้ว่าตนเองป่วยหรือมีความผิดปกติเมื่อเวลาผ่านไปนาน บางคนก็เพิกเฉยต่ออาการเหล่านั้น หรืออายที่จะเข้ารับการรักษากับแพทย์ ทำให้โรคนั้นรุนแรงลุกลามเกินกว่าที่จะแก้ไขได้ทันเวลา

  • ภาวะแทรกซ้อนโรคซิฟิลิส เป็นอย่างไร?

    โรคซิฟิลิส คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การจูบ การสัมผัสกับสารคัดหลั่งหรือแผลของผู้ติดเชื้อ หรือจากแม่สู่ลูกระหว่างการตั้งครรภ์หรือการคลอดที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของทารกในครรภ์ โดยเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียทรีโพนีมา พาลลิดัม สาเหตุที่ทำให้เป็นแผลซิฟิลิส ขึ้นเป็นตุ่มนูนแตกออกเป็นแผลกว้างที่ปาก อวัยวะเพศ หรือทวารหนัก โรคซิฟิลิสที่ไม่ได้รับการรักษาให้หายตั้งแต่ระยะเป็นแผลจะพัฒนาเข้าสู่ระยะออกดอก และระยะติดเชื้อที่ทำลายระบบประสาท ระบบหลอดเลือดและหัวใจ และทำให้เสียชีวิตได้ในที่สุด ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษา

  • ตรวจเอชไอวีที่ภูเก็ตตรวจได้ที่ไหน?

    เอชไอวี (HIV) เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมทั้งโรคเอดส์ (AIDS) คือ เป็นระยะสุดท้ายของการติดเชื้อเอชไอวี เพราะร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำ และอาจทำให้มีโรคแทรกซ้อนได้ เชื้อเอชไอวีจะเข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่เรียกว่า CD4 (ซีดีโฟร์) ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันโรคของร่างกายลดต่ำลง ทำให้มีโอกาสเกิดการติดเชื้อโรคฉวยโอกาสต่าง ๆ เช่น วัณโรค ปอดบวม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นต้น

  • โรคโลน

    โลน (Pediculosis Pubis หรือ Pubic Lice) คือ ปรสิตชนิดแมลงขนาดเล็ก มีขนาดเล็กมากประมาณ 1-2 มิลลิเมตร มีขา 3 คู่ แต่ที่ปลายขาหน้าจะมีลักษณะก้ามคล้ายขาปู ภาษาอังกฤษเรียกว่า crab louse ส่วนขานี้เองที่ใช้เป็นตัวเกี่ยวเส้นขนส่วนต่าง ๆ ตามร่างกาย มักอาศัยอยู่บนผิวหนัง และขนบริเวณรอบอวัยวะเพศ สามารถแพร่กระจายได้ง่ายในระหว่างมีเพศสัมพันธ์ 

  • โรคฝีมะม่วง

    โรคฝีมะม่วง (Lymphogranuloma Venereum : LGV) คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เรื้อรัง ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เมื่อเชื้อแบคทีเรียเหล่านี้เข้าสู่ผิวหนัง จะเกิดแผลที่อวัยวะเพศ และทวารหนัก  โดยจะเกิดตุ่มหรือแผลขนาดเล็กที่อวัยวะเพศก่อน จากนั้นต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบจะอักเสบ ทำให้เกิดอาการปวดบวมและเดินลำบาก