สัญญาณเตือนหูติดเชื้อ จากปวดหูเล็กน้อยสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง ตรวจ และรักษาได้ที่ภูเก็ต

หูเป็นอวัยวะสำคัญที่มีบทบาททั้งในการได้ยิน และการรักษาสมดุลของร่างกาย เมื่อเกิดการติดเชื้อในหู หรือที่เรียกว่า Ear Infection จึงอาจส่งผลกระทบทั้งต่อคุณภาพชีวิต และสุขภาพโดยรวมได้อย่างมาก การติดเชื้อในหูสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา โดยพบได้บ่อยในเด็กเล็กแต่ก็เกิดในผู้ใหญ่เช่นกัน เราจะพาคุณเจาะลึกทุกแง่มุมเกี่ยวกับหูติดเชื้อ ตั้งแต่สาเหตุ อาการ การรักษา ไปจนถึงวิธีการป้องกัน

สัญญาณเตือนหูติดเชื้อ จากปวดหูเล็กน้อยสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง ตรวจ และรักษาได้ที่ภูเก็ต

หูติดเชื้อ คืออะไร?

หูติดเชื้อ (Ear Infection) คือ ภาวะที่หูเกิดการอักเสบจากการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อ แบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บปวด หูอื้อ มีน้ำหรือหนองไหลออกจากหู ไปจนถึงการได้ยินลดลง ซึ่งสามารถเกิดได้ในทุกช่วงวัย แต่พบมากใน เด็กเล็ก เนื่องจากโครงสร้างท่อยูสเตเชียนสั้น และระบายน้ำได้ไม่ดี

หูติดเชื้อแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิดหลัก ๆ ตามตำแหน่งที่เกิดโรค ได้แก่

  • หูชั้นนอกอักเสบ (Otitis Externa)
    • มักเรียกว่า Swimmer’s Ear
    • เกิดจากน้ำสกปรกค้างในหูหรือการแคะหูจนทำให้ผิวหนังระคายเคือง
    • อาการ: ปวด คัน หูแดง บวม มีน้ำหรือหนองไหล
  • หูชั้นกลางอักเสบ (Otitis Media)
    • พบมากที่สุด โดยเฉพาะในเด็กเล็ก
    • มักเกิดตามหลังการเป็นหวัดหรือการติดเชื้อทางเดินหายใจ ทำให้เชื้อแพร่จากโพรงจมูกเข้าสู่หู
    • อาการ: ปวดหูรุนแรง หูอื้อ มีไข้ น้ำหนวกไหล เด็กมักร้องกวน และนอนราบไม่ได้
  • หูชั้นในอักเสบ (Otitis Interna / Labyrinthitis)
    • พบน้อยที่สุดแต่รุนแรงที่สุด
    • เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่ลุกลามเข้าหูชั้นใน
    • อาการ: เวียนศีรษะ บ้านหมุน คลื่นไส้ สูญเสียการทรงตัว การได้ยินลดลง

หูติดเชื้อเป็นโรคที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจลุกลามจนทำให้เกิด การสูญเสียการได้ยินถาวร หรือภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น การติดเชื้อในสมองได้

ประเภทของหูติดเชื้อ

  • หูชั้นนอกอักเสบ (Otitis Externa)
    • สาเหตุหลัก: ความชื้นค้าง/น้ำสกปรก (“หูนักว่ายน้ำ”), ผิวรูหูถลอกจากการแคะหู/ใช้สำลีก้าน, ใส่หูฟังนาน ๆ, เชื้อราในสภาพอากาศร้อนชื้น
    • เชื้อที่พบบ่อย: Pseudomonas aeruginosa, Staphylococcus aureus และเชื้อรา (Aspergillus, Candida)
    • อาการเด่น: ปวด/คันรูหู เจ็บมากเมื่อกดหรือดึงใบหู หูบวมแดง มีน้ำ/หนองไหล มีกลิ่นได้ยินอู้อี้
    • สัญญาณเตือน: ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ บวมลามใบหู/แก้ม มีไข้สูง ควรพบแพทย์ทันที
  • หูชั้นกลางอักเสบ (Otitis Media) (พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะในเด็ก)
    • กลไกสำคัญ: หลังเป็นหวัด/ไซนัสอักเสบ ท่อยูสเตเชียนบวมตัน อากาศระบายไม่ได้ → ความดันลบในหู → ของเหลวคั่ง → เชื้อจากโพรงจมูกไหลย้อนเข้าหู
    • เชื้อที่พบบ่อย: Streptococcus pneumoniae, Haemophilus influenzae, Moraxella catarrhalis
    • อาการเด่น: ปวดหูรุนแรง รู้สึกแน่นในหู ได้ยินลดลง มีไข้ เด็กมักร้องงอแง นอนราบแล้วเจ็บหูมากขึ้น บางรายมีน้ำหนวกไหล (แก้วหูทะลุ)
    • รูปแบบเรื้อรัง/รุนแรง: คั่งของเหลวนาน ๆ ทำให้การได้ยินถดถอย กระทบพัฒนาการภาษาในเด็ก
  • หูชั้นในอักเสบ (Otitis Interna / Labyrinthitis)
    • สาเหตุ: ไวรัส (พบบ่อย) หรือแบคทีเรียที่ลุกลามจากหูชั้นกลาง
    • อาการเด่น: เวียนศีรษะบ้านหมุนอย่างมาก คลื่นไส้อาเจียน เดินเซ การได้ยินลดลง/เสียงหึ่งในหู
    • ความสำคัญ: จัดเป็นภาวะที่ต้องประเมินโดยแพทย์เฉพาะทาง เพราะเสี่ยงการได้ยินเสียถาวร

สาเหตุ และปัจจัยเสี่ยงของหูติดเชื้อ

  • เชื้อโรค
    • แบคทีเรีย: S. pneumoniae, H. influenzae, Staph spp., Pseudomonas (หูชั้นนอก)
    • ไวรัส: ไวรัสหวัด/ไข้หวัดใหญ่, RSV ฯลฯ
    • เชื้อรา: พบในหูชั้นนอกในสภาพอากาศร้อนชื้น/ความชื้นค้าง
  • ปัจจัยเสี่ยง
    • เด็กเล็ก (ท่อยูสเตเชียนสั้น-แคบ นอนดูดนม/ขวดในท่านอนราบ)
    • ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ (เบาหวาน, HIV, ผู้สูงอายุ)
    • ภูมิแพ้อากาศ/ไซนัสอักเสบเรื้อรัง
    • สัมผัสควันบุหรี่ อากาศแห้งจัดหรือเปลี่ยนบ่อย
    • ว่ายน้ำ/ดำน้ำบ่อย ไม่ทำให้หูแห้ง
    • แคะหู/ใช้สำลีก้านหรือของแหลมคมในรูหู
อาการของหูติดเชื้อ

อาการของหูติดเชื้อ

  • อาการทั่วไป
    • ปวดหู (เจ็บตุบ ๆ/จี๊ด ๆ) และรู้สึกแรงดัน/ตึงภายใน
    • หูอื้อ ได้ยินลดลง เสียงอู้อี้/มีเสียงวิ้ง
    • มีน้ำใส/หนอง/มีเลือดปนไหลออกจากหู
    • มีไข้ หนาวสั่น โดยเฉพาะในเด็ก
  • อาการเฉพาะตำแหน่ง
    • หูชั้นนอก: เจ็บเมื่อแตะใบหู/กดด้านหน้ารูหู (tragus tenderness), คัน บวมแดง
    • หูชั้นกลาง: เจ็บมากเมื่อนอนราบ เด็กดึง/ขยี้หู ร้องงอแง กินนมน้อย
    • หูชั้นใน: เวียนศีรษะบ้านหมุน เดินเซ คลื่นไส้อาเจียน การได้ยินอาจลดลงทันที
  • อาการในเด็กเล็ก: งอแงผิดปกติ ไม่ดูดนม/กินข้าว นอนกระสับกระส่าย มีไข้สูง ซึม

ภาวะแทรกซ้อนของหูติดเชื้อ

  • หูน้ำหนวกเรื้อรัง / แก้วหูทะลุถาวร → ได้ยินลดลง กลับเป็นซ้ำง่าย
  • การได้ยินลดลง (ชั่วคราว/ถาวร) → กระทบพัฒนาการภาษา/การเรียนรู้ในเด็ก
  • การลุกลามของเชื้อ
    • กระดูกกกหูอักเสบ (Mastoiditis): ปวดบวมหลังใบหู ใบหูเชิดออก
    • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ, ฝีในสมอง (พบได้น้อย แต่รุนแรง)
    • Labyrinthitis ทำให้เสียการทรงตัว และการได้ยิน
  • อาการระบบ: ไข้สูง ซึม อาเจียน หงุดหงิดมากในเด็กเล็ก

พบแพทย์ทันที หากปวดหูรุนแรง/ไข้สูง/มีหนองมาก เจ็บใบหูเมื่อกด/ดึง หูบวมแดงลามหลังใบหู เวียนศีรษะบ้านหมุน/อ่อนแรงครึ่งซีก/คอแข็ง หรือมีอาการทางระบบประสาทร่วม

การวินิจฉัยหูติดเชื้อ

หูติดเชื้อเป็นภาวะที่ต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง เพื่อแยกแยะจากโรคอื่น ๆ ที่มีอาการคล้ายกัน เช่น ไซนัสอักเสบ หรือการแพ้อากาศ โดยแพทย์มักใช้วิธีดังนี้

  • Otoscope → ใช้ส่องหูเพื่อดูแก้วหู การบวม แดง หรือการมีของเหลวในช่องหู
  • Audiometry → ตรวจการได้ยิน เพื่อตรวจว่ามีการสูญเสียการได้ยินจากการติดเชื้อหรือไม่
  • Tympanometry → ตรวจแรงดันในหู และการทำงานของแก้วหู โดยวัดการเคลื่อนไหวของแก้วหูเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแรงดันอากาศ
  • การตรวจเสริมอื่น ๆ → เช่น การเพาะเชื้อจากของเหลวในหู สำหรับผู้ที่มีการติดเชื้อซ้ำบ่อย ๆ หรือรักษาไม่หายขาด
การรักษาหูติดเชื้อ

การรักษาหูติดเชื้อ

การรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อที่ก่อโรค และความรุนแรงของอาการ

  • การรักษาตามอาการ ใช้ยาลดไข้/แก้ปวด เช่น พาราเซตามอล หรือไอบูโพรเฟน และประคบอุ่นบริเวณหูเพื่อลดอาการปวด
  • การใช้ยาปฏิชีวนะ จะใช้ในกรณีติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น Amoxicillin และต้องรับประทานครบตามแพทย์สั่ง เพื่อป้องกันการดื้อยา และการกลับมาเป็นซ้ำ
  • การใช้ยาต้านไวรัส/เชื้อรา กรณีการติดเชื้อไวรัส หรือเชื้อรา โดยแพทย์จะเลือกยาที่เหมาะสม เช่น ยาหยอดหูต้านเชื้อรา
  • การผ่าตัด
    • Myringotomy → เจาะแก้วหูเพื่อระบายหนองออก ลดความดันในหู
    • Ear Tube → ใส่ท่อเล็ก ๆ ในแก้วหู เพื่อช่วยระบายของเหลว และป้องกันการติดเชื้อซ้ำ โดยเฉพาะในเด็กที่มีการอักเสบซ้ำบ่อย

วิธีดูแลตัวเองเมื่อหูติดเชื้อ

  • พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อช่วยร่างกายฟื้นตัว
  • หลีกเลี่ยงการแคะหูหรือหยดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจทำให้การติดเชื้อรุนแรงขึ้น
  • ดื่มน้ำอุ่นมาก ๆ เพื่อลดความหนืดของเสมหะ และช่วยการระบายของเหลว
  • สำหรับเด็ก แนะนำให้กินนมแม่ เนื่องจากช่วยเสริมภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ

การป้องกันหูติดเชื้อ

  • หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำหรือแช่หูในน้ำที่ไม่สะอาด
  • รักษาความสะอาดของหู และไม่ควรแคะหูแรง ๆ
  • ฉีดวัคซีน เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ และ วัคซีนปอดอักเสบ (Pneumococcal vaccine) ซึ่งช่วยลดโอกาสการติดเชื้อที่ลุกลามมาสู่หู
  • หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ เพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินหายใจ และหู
  • เสริมภูมิคุ้มกันด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ และการออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ทำไมควรเลือกใช้บริการรักษาหูติดเชื้อที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก

การเลือกสถานพยาบาลที่เหมาะสมเมื่อมีปัญหาหูติดเชื้อไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะมันส่งผลต่อการได้ยิน คุณภาพชีวิต และการป้องกันภาวะแทรกซ้อนในอนาคต นี่คือเหตุผลที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก เป็นตัวเลือกที่ดี:

  • ทีมแพทย์ และเทคโนโลยีที่เชี่ยวชาญ
    • มีแพทย์เฉพาะทางด้านโสต ศอ นาสิก (หู คอ จมูก) ที่มีประสบการณ์ในการวินิจฉัย และรักษาหูติดเชื้อหลายประเภท
    • ใช้อุปกรณ์ทันสมัยเช่น Otoscope ความคมชัดสูง, Tympanometer, Audiometer และอุปกรณ์สำหรับการตรวจเพิ่มเติมตามกรณีที่ซับซ้อน
  • บริการครบวงจร
    • ตั้งแต่การซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจหูได้ยิน ตรวจเสมหะหากจำเป็น ไปจนถึงการรักษาและติดตามอาการ
    • มีบริการให้คำปรึกษาเรื่องป้องกัน และวิธีดูแลตัวเองหลังการรักษา
  • ความใส่ใจในผู้ป่วย
    • ดูแลด้วยความเป็นส่วนตัว และเป็นมิตร ลดความกังวลในผู้ป่วย
    • ให้คำแนะนำ และอธิบายอาการ ยาที่ต้องใช้ ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจ และปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง
  • ความสะดวก และเข้าถึงง่าย
    • ตั้งอยู่ในจังหวัดภูเก็ต สามารถเดินทางได้สะดวกทั้งสำหรับคนท้องถิ่น และนักท่องเที่ยว
    • มีเวลาทำการที่ยืดหยุ่นหรือนัดหมายล่วงหน้าได้ ช่วยลดเวลารอ
  • ผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้
    • ผู้ป่วยหลายรายได้รับการรักษาแล้วหายเป็นปกติ หรือมีอาการดีขึ้นชัดเจน
    • ลดโอกาสของการกลับเป็นซ้ำ และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น สูญเสียการได้ยินถาวร

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม

หูติดเชื้อ (Ear Infection) เป็นภาวะที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจนำไปสู่การสูญเสียการได้ยินถาวรได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง การสังเกตอาการเบื้องต้น เช่น ปวดหู น้ำหนวก หรือการได้ยินลดลง และเข้ารับการตรวจรักษาโดยแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด การดูแลสุขภาพหูอย่างถูกวิธี และการป้องกันจึงเป็นหัวใจหลักที่จะช่วยให้คุณ และครอบครัวปลอดภัย

ช่องทางการติดต่อ

สาขาลากูน่า

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 21.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me

สาขาในเมือง

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8  ตำบลตลาดเหนือ  อำเภอเมืองภูเก็ต  จ.ภูเก็ต 83000 
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 20.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id.   @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ  096 228 2449
  • แผนที่คลินิก   https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9 
  • จองคิวตรวจออนไลน์    https://pmctown.youcanbook.me

สาขาหอนาฬิกา

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก  สาขาหอนาฬิกา   206/8 ถ. ภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์        10.00- 20.00น. (ช่วงเเรก)
  • สอบถามผ่าน Line id.  @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ   096 696 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
  • จองคิวตรวจออนไลน์  https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me

เอกสารอ้างอิง

  • Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Ear Infection (Otitis Media). [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://www.cdc.gov/health-communication/otitis-media
  • National Institute on Deafness and Other Communication Disorders (NIDCD). Ear Infections in Children. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://www.nidcd.nih.gov/health/ear-infections-children
  • World Health Organization (WHO). Chronic suppurative otitis media: Burden of illness and management options. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://www.who.int/pbd/deafness/activities/hearing_care/otitis_media.pdf
  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. โรคหูน้ำหนวกและการป้องกัน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th
  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). สัญญาณอันตรายจากโรคหูและการดูแลสุขภาพหู. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://www.thaihealth.or.th

Similar Posts

  • โรคพิษสุนัขบ้า

    โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) หรือโรคกลัวน้ำ (Hydrophobia) คือ โรคติดเชื้อในระบบประสาทและเยื่อบุสมอง เป็นโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน ที่มีอันตรายร้ายแรง โดยผู้ป่วยที่สัมผัสกับสัตว์ติดเชื้อ จะได้รับเชื้อไวรัสโรคพิษสุนัขบ้าในตระกูล Rhabdoviridae ผ่านทางน้ำลายของสัตว์ที่กัด 

    ซึ่งโรคพิษสุนัขบ้า ทำให้เกิดโรคได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นคน สุนัข แมว ลิง กระรอก ค้างคาว สุนัขจิ้งจอก สกังก์ แรคคูน พังพอน ฯลฯ พาหะนำโรคที่สำคัญในประเทศไทย คือ สุนัข ประมาณ 90% รองลงมาคือแมว ส่วนในต่างประเทศมักเกิดจากสัตว์ป่ากินเนื้อต่าง ๆ เช่น สุนัขจิ้งจอก สุนัขป่า Jaguar ฯลฯ และสำหรับในแถบประเทศลาตินอเมริกานั้น ยังพบพาหะที่สำคัญคือ ค้างคาวดูดเลือด (Vampire bat)

  • ผู้หญิงวัยทอง หรือวัยหมดประจำเดือน

    ผู้หญิงวัยทอง (Menopause)  หรือ วัยหมดประจำเดือน หรือวัยหมดระดู คือ ภาวะที่ผู้หญิงในวัย 40 – 59 ปี  เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน โดยมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งมาจากการที่รังไข่จะหยุดสร้างฮอร์โมนเพศหญิงที่มีชื่อว่า เอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน ส่งผลให้ไม่มีประจำเดือน หรือทำให้สิ้นสุดการมีประจำเดือนอย่างถาวรร่วมด้วยกับการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาตามมา

  • โรคเบาหวาน

    โรคเบาหวาน (Diabetes) เป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถผลิตหรือใช้อินซูลินอย่างเหมาะสมเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างถูกต้อง โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก และมักจะเกิดจากสาเหตุหลายประการ เช่น พันธุกรรม พฤติกรรมทางการดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง น้ำหนักที่เกินกว่าเหมาะสม การออกกำลังกายไม่เพียงพอ และความเครียดในชีวิตประจำวัน

  • โภชนบำบัดในภูเก็ต ก้าวใหม่ของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และการรักษา

    ภูเก็ตนอกจากจะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกแล้ว ยังได้ก้าวเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หนึ่งในบริการที่ได้รับความสนใจมากขึ้นคือ โภชนบำบัด (Nutritional Support) ซึ่งเป็นการดูแลสุขภาพด้วยการใช้โภชนาการที่ถูกต้องและเหมาะสม ไม่เพียงช่วยป้องกันโรค แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูและรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะโรคเรื้อรังหรือสุขภาพเสื่อมถอย การให้บริการโภชนบำบัดในภูเก็ตได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมทีมแพทย์และนักโภชนาการที่เชี่ยวชาญ

  • โรคเกาต์

    โรคเกาต์ (Gout) คือ โรคข้ออักเสบจำเพาะที่เกิดเนื่องจากมีระดับกรดยูริก (Uric acid)  ในเลือดสูงกว่าปกติ และสะสมอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานจนร่างกายขับออกทางไตไม่ทัน ทำให้มีการตกผลึกยูเรต (Monosodium Urate, MSU) ในข้อ ก่อให้เกิดอาการข้ออักเสบขึ้น หากมีการตกตะกอนในกระดูกอ่อน  เนื้อเยื่อต่างๆ รอบข้อ และใต้ผิวหนัง จะเกิดเป็นก้อนตะปุ่มตะป่ำตามตำแหน่งต่างๆ เรียกว่า โทฟัส (tophus) ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อในข้อ ส่งผลให้มีอาการปวด บวม แดงบริเวณข้ออย่างเฉียบพลันรุนแรงอย่างรวดเร็วในเวลา 12 – 24 ชั่วโมง

  • โรคไข้เลือดออก

    โรคไข้เลือดออก (Dengue Hemorrhagic Fever) เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี  โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค มักพบในประเทศเขตร้อนและระบาดในช่วงฤดูฝนของทุกปี อาการของโรคไข้เลือดออกมีตั้งแต่ไม่มีอาการผิดปกติ และอาการของโรคไข้เลือดออกแม้จะไม่รุนแรง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจนทำให้เสียชีวิตได้