วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก

โรคไข้เลือดออก คืออะไร?

โรคไข้เลือดออก (Dengue Fever) คือ โรคติดเชื้อไวรัสที่ถ่ายทอดผ่านการกัดของยุงลาย (Aedes) ที่ติดเชื้อไวรัสเดงกี ซึ่งโรคไข้เลือดออกในประเทศไทยเกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี 4 สายพันธุ์ ได้แก่ เดงกี และโรคไข้เลือดออกเป็นหนึ่งในโรคติดต่อที่มีอัตราการระบาดสูง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน การระบาดของโรคนี้สามารถเกิดขึ้นทั้งในพื้นที่ชนบทและในเมือง และมีผลกระทบต่อทุกช่วงอายุ รวมถึงเด็กและผู้ใหญ่

โดยส่วนใหญ่แล้วไข้เลือดออกเดงกีมักไม่มีอาการแสดงหรืออาจมีอาการเพียงเล็กน้อย หรืออาการของยโรคจะมีความรุนแรงต่างกัน บางรายผู้ป่วยเป็นไข้ ปวดศีรษะ และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ แต่บางรายก็มีการรั่วของพลาสม่าหรือน้ำเหลืองออกทางเส้นเลือด หากมากเกินไปจะนำไปสู่ภาวะช็อก เนื่องจากเลือดเข้มข้นขึ้น หรือในบางรายอาจจะมีอาการรุนแรง จนถึงขั้นช็อกและเสียชีวิตได้ และเป็นโรคที่คาดเดาได้ยากว่าใครจะอาการรุนแรงหรือไม่รุนแรง

อาการโรคไข้เลือดออก

อาการเริ่มต้นของไข้เลือดออก

  • ไข้สูง
  • ปวดศีรษะ
  • อ่อนเพลีย
  • เจ็บตา ตาแดง
  • ปวดเมื่อยข้อ และกล้ามเนื้อ
  • ผื่นขึ้นบนผิวหนัง โดยเฉพาะที่แขนและขา

อาการไข้เลือดออก ระยะที่เป็นอันตราย

  • ไข้ลดลง หลังจาก 3-7 วัน ไข้จะลดลง แต่อาจมีอาการอื่นที่รุนแรงขึ้น
  • อาการเลือดออก อาจมีเลือดออกจากจมูก เยื่อเมือก ผิวหนัง หรือเลือดออกภายใน
  • ความดันโลหิตต่ำลงอย่างรวดเร็ว อาจนำไปสู่ช็อก
  • อาการอาเจียนและท้องเสีย
  • อาจมีปัญหาในการทำงานของอวัยวะสำคัญ เช่น ไต หัวใจ และตับ

การรักษาโรคไข้เลือดออก

  • ยังไม่มียาที่สามารถรักษาไข้เลือดออกโดยตรง การรักษามักเน้นที่การบรรเทาอาการและอาจรวมถึงการให้น้ำและอิเล็กโทรไลท์ผ่านทางหลอดเลือด
  • ในกรณีที่รุนแรง การรักษาอาจต้องใช้การให้น้ำและอิเล็กโทรไลท์ในปริมาณมาก และอาจต้องใช้การรักษาเพิ่มเติมเช่น การถ่ายเลือด

การป้องกันโรคไข้เลือดออก

  • การฉีดวัคซีน ถ้าคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค หรือมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ การได้รับวัคซีนเป็นอีกหนึ่งวิธีในการป้องกันโรคไข้เลือดออก เพราะวัคซีนป้องกันไวรัสไข้เลือดออก มีประสิทธิภาพในการป้องกันไข้เลือดออกจากทุกสายพันธุ์ ได้  80.2% และป้องกันการนอนโรงพยาบาลได้  90.4%  
  • การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ของยุง: กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ของยุง เช่น ขวดน้ำ หลอดน้ำฝน ถังน้ำ หรือใช้สารเคมีในการฆ่าลูกน้ำยุง
  • ป้องกันยุงไม่ให้กัด: ใช้ยากันยุงและเสื้อผ้าที่ปิดผิวหนัง ใช้ยากันยุงสำหรับทาหนังหรือพ่นบนผ้า ใช้มุ้งกันยุงเวลานอน
  • สังเกตอาการ ถ้ามีอาการเบื้องต้นที่คล้ายกับไข้เลือดออก เช่น ไข้สูง, ปวดเมื่อย, ปวดศีรษะ, ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาทันที
วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก

วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก คืออะไร?

วัคซีนไข้เลือดออก (Dengue vaccine) เป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ (live, attenuated) ผลิตโดยใช้เทคโนโลยี recombinant DNA นำส่วน Pre-Membrane (prM) และ envelope gene ของไวรัสเดงกี่ ทั้ง 4 สายพันธุ์ มาใส่ในไวรัส Yellow fever สายพันธุ์ 17D จากนั้นนำไปเพาะเลี้ยงใน Vero cell เพื่อให้ได้วัคซีน Chimeric Yellow fever Dengue Tetravalent Dengue Vaccine (CYD-TDV) ซึ่งวัคซีนนี้จะออกฤทธิ์ โดยเชื้อไวรัสที่อ่อนฤทธิ์ไปแบ่งตัว และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ คือ ใช้ป้องกันโรคไข้เลือดออกที่มีสาเหตุจากไวรัสเดงกี่ ทั้ง 4 สายพันธุ์ 

ผู้ที่ควรได้รับการฉีดวัคซีนไข้เลือดออก

  • โดยเฉพาะสำหรับคนที่เคยติดเชื้อไวรัสเดงกีมาก่อน (มีภูมิคุ้มกันแล้ว)  แนะนำสำหรับคนอายุ 9-45 ปี โดยฉีดจำนวน 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 6 เดือน
  • อายุ 9-45 ปี เคยเป็นไข้เลือดออก ฉีดวัคซีนได้
  • อายุ 15-45 ปี น่าจะเคยติดเชื้อไวรัสเดงกีมาก่อน ปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาฉีดวัคซีน
  • อายุ 9-15 ปี ไม่เคยเป็นไข้เลือดออก ไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีน ควรรอข้อมูลและคำแนะนำในอนาคต หรือตรวจภูมิคุ้มกันก่อน (ปัจจุบันยังไม่มีบริการตรวจ)
  • คนที่เคยฉีดวัคซีนแล้ว 1-2 ครั้งให้ฉีดวัดชีนครั้งต่อไปได้ อายุเกิน 15 ปีหรือเคยเป็นไข้เลือดออก ถ้าไม่เคยเป็นไข้เลือดออก ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดวัดชีนครั้งต่อไป
  • ผู้ที่มีอายุระหว่าง 4 ถึง 60 ปี ณ เวลาที่ฉีดวัคซีนเข็มแรก
  • บุคคลที่อาศัยในพื้นที่ที่มีการระบาดของไข้เลือดออก
  • บุคคลที่มีการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาด
  • แนะนำให้คนที่เคยติดเชื้อไข้เลือดออกแล้ว ให้รับวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่รุนแรงยิ่งขึ้นในครั้งถัดไป

ผู้ที่ไม่ควรได้รับการฉีดวัคซีนไข้เลือดออก 

  • หลีกเลี่ยงการฉีดวัคซีนนี้ในสตรีมีครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
  • ในผู้ที่หายจากไข้เลือดออกแล้ว แนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 6 เดือน ก่อนมารับวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก เนื่องจากหลังจากติดเชื้อร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคซึ่งจะลดน้อยลงตามเวลาผ่านไป การฉีดวัคซีนในช่วงที่ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อโรคสูง อาจลดประสิทธิภาพของวัคซีนได้
  • มีภาวะภูมิไวเกินต่อตัวยาสำคัญหรือสารเพิ่มปริมาณยาชนิดใดๆ หรือมีภาวะภูมิไวเกินต่อวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกที่ฉีดไปก่อนหน้านี้
  • ผู้ที่มีภาวะการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันผ่านเซลล์บกพร่องมาแต่กำเนิดหรือในภายหลัง รวมถึงผู้ที่ได้รับการบำบัดรักษาด้วยการกดภูมิคุ้มกัน เช่น ได้รับเคมีบำบัด หรือ คอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดออกฤทธิ์ทั่วร่างกายที่ขนาดยาสูง ภายในระยะเวลา 4 สัปดาห์ ก่อนการได้รับวัคซีน 
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อเอชไอวีแบบแสดงอาการ หรือผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีแบบไม่แสดงอาการที่มีหลักฐานแสดงถึงการทำงานของภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคหัวใจ หรือโรคเบาหวาน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก

อาการข้างเคียงวัคซีนไข้เลือดออก

  • การฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้เหมือนกับการฉีดวัคซีนชนิดอื่นๆ เช่น ปวดบริเวณที่ฉีด ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหัว มีไข้ต่ำ ผิวหนังแดง ห้อเลือด บวม และคัน ซึ่งปกติแล้วจะเป็นอาการที่ไม่ร้ายแรง มักเกิดภายใน 3 วันหลังฉีด และจะหายได้เองเมื่อระยะเวลาผ่านไป
  • หากมีอาการแพ้รุนแรง เช่น ผื่นขึ้น ใบหน้าบวม ความดันต่ำ หรือหายใจลำบาก ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบทันที

โรคไข้เลือดออกนั้น เป็นโรคที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วอาจทำให้มีอาการรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากคุณเป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง การฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกนับเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยป้องกันการเกิดโรค ลดความรุนแรงเมื่อเกิดโรค และลดอัตราการนอนโรงพยาบาล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ที่ภูเก็ตได้ที่ไหน?

ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก ให้บริการที่ใกล้ชิด ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมทั้งทีมงานที่มีความชำนาญ พร้อมให้คำปรึกษาและ การรักษา โดยคุณสามารถเข้ารับบริการได้ทั้ง walk-in หรือนัดหมายล่วงหน้า เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้ารับบริการ

ช่องทางการติดต่อ

สาขาลากูน่า

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 21.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me

สาขาในเมือง

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8  ตำบลตลาดเหนือ  อำเภอเมืองภูเก็ต  จ.ภูเก็ต 83000 
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 20.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id.   @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ  096 288 2449
  • แผนที่คลินิก   https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9 
  • จองคิวตรวจออนไลน์    https://pmctown.youcanbook.me

สาขาหอนาฬิกา

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก  สาขาหอนาฬิกา   206/8 ถ. ภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์        10.00- 20.00น. (ช่วงเเรก)
  • สอบถามผ่าน Line id.  @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ   096 696 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
  • จองคิวตรวจออนไลน์  https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me

Similar Posts

  • วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

    วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies vaccine) คือ การนำเชื้อไวรัสชนิดเชื้อตายมาฉีดให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสเรบีส์ หรือเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า นั่นเอง โดยเชื้อตายจะไม่ทำให้เกิดโรคพิษสุนัขบ้าจริงๆ แต่อาจมีผลข้างเคียงบ้างในบางกรณี

    วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าสามารถฉีดได้ทั้งก่อนรับเชื้อเพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมาเตรียมพร้อมไว้ก่อน และควรฉีดกระตุ้นอีกครั้งในกรณีที่ถูกกัดด้วย แต่อย่างไรก็ตาม วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ไม่สามารถป้องกันการติดโรคได้ 100%

    การฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าไว้ล่วงหน้าก่อนสัมผัสโรค หรือถูกสัตว์กัด โดยเฉพาะบุคคลที่มีความเสี่ยง ซึ่งวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าที่ใช้กันมีหลายชนิด

  • วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ

    วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ (Pneumococcal vaccine) เป็นวัคซีนสำหรับป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอคคัสนิวโมเนียอี ซึ่งเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบได้มากกว่า 90 สายพันธุ์  ทำให้เกิดโรคตั้งแต่ คออักเสบ ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ และสามารถลุกลามไปยังอวัยวะในระบบหายใจ และอวัยวะสำคัญอื่น ๆ เป็นอันตรายถึงขั้นภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และติดเชื้อในกระแสเลือดได้ 

  • วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด

    ในประเทศไทยมีวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดเพียงชนิดเดียว คือ วัคซีนที่เตรียมจากเชื้อไวรัส varicella zoster ชนิดที่ถูกทำให้อ่อนแรงลง

    จากการศึกษาพบว่าการฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดสามารถป้องกันการเกิดโรคได้ร้อยละ 69.8 และป้องกันการเกิดอาการแทรกซ้อน คือ อาการปวดปลายประสาทหลังเป็นโรคงูสวัด ได้ถึงร้อยละ 66.5 ในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 50-59 ปี ส่วนในกลุ่มผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป วัคซีนสามารถป้องกันการเกิดโรคได้ร้อยละ 51 และป้องกันการเกิดอาการปวดปลายประสาทหลังเป็นโรคงูสวัดได้ร้อยละ 39

  • วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก

    วัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน เป็นวัคซีนเชื้อตาย ที่ประกอบไปด้วยแอนติเจนของเชื้อไอกรน และ ท็อกซอยด์ของเชื้อคอตีบและบาดทะยัก ในประเทศไทยมีวัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน อยู่ด้วยกัน 2 ชนิดหลักๆ ซึ่งมีส่วนประกอบ สูตร และส่วนผสมที่แตกต่างกันสำหรับใช้ในกลุ่มอายุต่างๆ:

    วัคซีน DTaP หรือ DTwP วัคซีนนี้ใช้สำหรับทารกและเด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ของชื่อย่อวัคซีนนี้บ่งบอกว่าปริมาณแอนติเจนของเชื้อไอกรน และท็อกซอยด์ของเชื้อคอตีบและบาดทะยัก ในวัคซีนนั้นมีปริมาณสูง

    วัคซีน Tdap วัคซีนนี้ใช้สำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป จนถึงผู้ใหญ่ ตัวอักษรพิมพ์เล็กภาษาอังกฤษ “d” และ “p” บ่งบอกถึงการลดปริมาณท็อกซอยด์ของเชื้อคอตีบและแอนติเจนของเชื้อไอกรนในวัคซีน เพื่อลดอาการข้างเคียงของวัคซีนที่อาจเกิดขึ้น

  • วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ

    ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A)  เป็นโรคตับที่เกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเอ Hepatitis A virus (HAV) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสกลุ่ม picornavirus ทำให้เกิดการอักเสบแบบเฉียบพลันของตับ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงตับอักเสบรุนแรงมาก โดยทั่วไปอาการจะหายเป็นปกติภายใน 2 เดือน 

    วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A Vaccine) ทำมาจากเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ ที่ตายแล้ว เป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย การฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอเป็นการป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบเอ ที่ได้ผลเกือบ 100%  และภูมิคุ้มกันที่ได้จากวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ จะอยู่ติดตัวไปได้ตลอด  

  • สร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายโดยการฉีดวัคซีน

    การสร้างภูมิคุ้มกันโรคอาจทำได้อีกวิธีหนึ่ง โดยการให้ภูมิต้านทานสำเร็จ หรือที่แพทย์เรียกว่า อิมมูโนโกลบูลิน เข้าไปในร่างกายและสามารถต่อต้านเชื้อโรคได้ทันที ซึ่งวัคซีนไม่ได้หมายความถึงแต่การให้ภูมิคุ้มกันแก่เด็กเท่านั้น แต่ในบางประเภทของวัคซีนมีความมุ่งหมายให้ใช้ในการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ผู้ใหญ่ด้วย ได้แก่ วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอและบี วัคซีนป้องกันอีสุกอีใส ไข้หวัดใหญ่ นิวโมคอคคัส และวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด เป็นต้น