วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ

โรคโปลิโอ เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อ อาการของโรคคือ กล้ามเนื้ออ่อนแรงที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้นการได้รับวัคซีนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ โดยวัคซีนที่เด็กทุกคนควรได้รับมีทั้งหมด 4 ชนิด ได้แก่ วัคซีนโปลิโอ วัคซีนคอตีบ วัคซีนไอกรน และวัคซีนบาดทะยัก เป็นวัคซีนที่ทางกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้เด็กไทยรับตามอายุ

Table of Contents

โรคโปลิโอ คืออะไร?

โรคโปลิโอ (Poliomyelitis) คือ โรคติดต่อร้ายแรงจากเชื้อไวรัสที่ทำลายระบบประสาทก่อให้เกิดความผิดปกติ เช่น อัมพาต หายใจลำบาก มีความเสี่ยงพิการ หรือเสียชีวิตสูง ดังนั้นทุกคนจะต้องได้รับวัคซีนเพื่อป้องกันโรคนี้ตั้งแต่วัยเด็ก เพราะมักจะพบผู้ติดเชื้อมากกว่าผู้ใหญ่ 

วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ

สาเหตุโรคโปลิโอ

เชื้อไวรัสโปลิโอ (Poliovirus) อาศัยอยู่ภายในร่างกายของมนุษย์สามารถแพร่เชื้อได้จากการไอ จาม หรืออุจจาระ เมื่อสิ่งเหล่าปนเปื้อนมาในอาหาร น้ำดื่ม หรือการสัมผัสโดยตรงก็เกิดการติดเชื้อไวรัสนี้ได้ โดยจะเดินทางเข้าสู่ปาก คอ ลำไส้ ผ่านกระแสโลหิต สู่ระบบประสาทในที่สุด ซึ่งผู้ที่มีความเสี่ยง ได้แก่ สตรีมีครรภ์ที่ได้รับเชื้อ HIV หรือภูมิคุ้มกัน, ใกล้ชิดกับผู้ป่วย, อาศัยอยู่ในพื้นที่การระบาด, ได้รับการผ่าตัดเอาต่อมทอนซิลออกไป

อาการโรคโปลิโอ

ส่วนใหญ่มักไม่แสดงความผิดปกติ หรืออาจจะมีลักษณะเหมือนไข้หวัดทั่วไป แต่ที่รุนแรงสามารถแบ่งตามกลุ่มโรคได้

  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ 
  • ปวดศีรษะ 
  • เจ็บคอ 
  • อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน 
  • ปวดหรือเมื่อยหลัง คอ แขน ขา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง

ในสัปดาห์แรกหลังได้รับเชื้อ จะมีอาการคล้ายในกลุ่มข้างต้นที่กล่าวมา หลังจากนั้นมีความผิดปกติ ดังนี้

  • ระบบประสาทอัตโนมัติไม่สามารถทำงานได้ 
  • กล้ามเนื้อหดเกร็งอย่างรุนแรง 
  • แขนขาอ่อนแรง 
  • อาการอัมพาตของแขนขาแบบเฉียบพลัน (Acute Flaccid Paralysis, AFP) 
  • อาจเกิดอัมพาตของระบบทางเดินหายใจจนทำให้เสียชีวิตได้

การวินิจฉัยโรคโปลิโอ

  • ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรือ Abortive poliomyelitis ซึ่งมีอาการที่ไม่จำเพาะ ทั้งผู้ป่วยและแพทย์อาจไม่ได้นึกถึงว่าเกิดจากการติดเชื้อโปลิโอ แต่ในประเทศหรือในพื้นที่ที่มีการระบาดเกิดขึ้น อาจต้องใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการมาช่วยในการวินิจฉัยเพราะเป็นประโยชน์ในการควบคุมโรค
  • ผู้ป่วยกลุ่มมีอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ/ Nonparalytic poliomyelitis อาการจะเหมือนผู้ ป่วยที่เป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อโรคอื่นๆ ซึ่งแพทย์จะใช้การตรวจวินิจฉัยทางห้อง ปฏิบัติการในการหาสาเหตุของเชื้ออื่นๆก่อนนึกถึงสาเหตุจากเชื้อโปลิโอเสมอ เนื่องจากโรคอื่นมียาสำหรับรักษา แต่โรคโปลิโอไม่มียาและสามารถหายเองได้ ยกเว้นแต่ในประเทศหรือในพื้น ที่ที่มีการระบาดเกิดขึ้นเช่นกันที่ต้องใช้การตรวจหาเชื้อโปลิโอด้วย
  • สำหรับผู้ป่วยกลุ่มมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง/ Paralytic poliomyelitis แพทย์จะใช้การตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการเพื่อแยกโรคอื่นๆที่อาจทำให้มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ การตรวจที่จะช่วยยืนยันว่าเกิดจากเชื้อโปลิโอได้แก่ การเพาะเชื้อจากอุจจาระ จากน้ำไขสันหลัง และ/หรือจากลำคอ ร่วมกับการตรวจเลือดหาสารภูมิต้านทาน (Antibody) ที่จำเพาะต่อเชื้อโป ลิโอ หรืออาจใช้การตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อด้วยเทคนิคที่เรียกว่า พีซีอาร์ (PCR, Poly merase chain reaction)

การรักษาโปลิโอ

โรคโปลิโอเป็นโรคที่ไม่วิธีรักษาให้หาย การรักษาโรคโปลิโอจึงเน้นการรักษาตามอาการและการทำกายภาพบำบัดเพื่อเร่งฟื้นฟูกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ด้วยวิธีการดังนี้

  • การนอนพักผ่อนให้เพียงพอ และให้การดูแลอย่างใกล้ชิด
  • การให้ยาแก้ปวด เช่น ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) เพื่อบรรเทาอาการปวด
  • การใช้เครื่องช่วยหายใจแบบพกพา (Portable ventilators) เพื่อช่วยในการหายใจ
  • การประคบอุ่นเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ และอาการกล้ามเนื้อกระตุก
  • การฝึกกลืน (Swallowing exercise) โดยการบริหารกล้ามเนื้อรอบปากและลิ้น ฝึกการดื่มน้ำ การทานอาหารเหลว
  • การเข้าเฝือก (Splint) หรืออุปกรณ์ช่วยยึดลำตัวเพื่อช่วยจัดกระดูกสันหลัง และแขนขาให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
  • การทำกายภาพบำบัด (Physical therapy) เพื่อป้องกันกระดูกผิดรูป และการสูญเสียกล้ามเนื้อ

การป้องกันโรคโปลิโอ

วิธีการการป้องกันโรคโปลิโอที่ดีที่สุดคือการรับฉีดวัคซีนป้องกัน และหยอดวัคซีนกระตุ้นซ้ำจนครบกำหนด และปฏิบัติตามหลักสุขบัญญัติดังนี้

  1. การรับวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ (IPV, OPV) โดยแพทย์กำหนดให้รับวัคซีนทั้งสิ้น 5 ครั้งเมื่อมีอายุครบ 2, 4, 6, และ 18 เดือน และรับวัคซีนกระตุ้นครั้งสุดท้ายเมื่อมีอายุครบ 4 ปี
  2. การปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยที่ถูกต้อง ล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร การขับถ่ายให้ถูกสุขลักษณะ

วัคซีนป้องกันไวรัสโปลิโอ คืออะไร?

วัคซีนป้องกันไวรัสโปลิโอ คือ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่เพียงพอ ช่วยในการป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อความพิการในอนาคต โดยวัยเด็กเป็นวัยที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาทำให้มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อวัคซีนสูง ฉะนั้นการได้รับวัคซีนตามกำหนดถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ

วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอมีกี่ชนิด

วัคซีนป้องกันไวรัสโปลิโอมีกี่ชนิด?

วัคซีนป้องกันไวรัสโปลิโอ ในปัจจุบันมี 2 ชนิด

วัคซีนป้องกันไวรัสโปลิโอชนิดรับประทาน (Oral poliovirus vaccine หรือ Oral polio vaccine, OPV)

เป็นวัคซีนที่เตรียมขึ้นจากเชื้อไวรัสโปลิโอที่มีชีวิต โดยเพาะเลี้ยงเชื้อไวรัสโปลิโอในเซลล์เพาะเชื้อไวรัสนี้ จากนั้นนำมาผ่านกระบวนการที่ทำให้เชื้ออ่อนฤทธิ์ลง เพื่อให้ไม่ก่อเกิดโรคในผู้รับวัคซีนนี้ที่มีภูมิคุ้มกันปกติ และเนื่องจากเป็นวัคซีนฯที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันโดยการเลียนแบบการติดเชื้อโปลิโอทางธรรมชาติ คือ บริหารวัคซีน/ให้วัคซีนด้วยวิธีรับประทาน จึงทำให้ผู้ได้รับวัคซีน มีภูมิคุ้มกันทั้งในลำไส้และในเลือด จึงเป็นวัคซีนหลักในการลดอุบัติการณ์โรคโปลิโอ

สำหรับข้อเสียของวัคซีนป้องกันไวรัสโปลิโอชนิดรับประทาน คือ การกลายพันธุ์และก่อโรคของเชื้อไวรัสโปลิโอที่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ๋ ดังนั้นประเด็นเรื่องการกลายพันธุ์และเป็นตัวก่อโรคนี้เอง จึงยังเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องพิจารณาทบทวนมาตรการให้วัคซีนป้องกันไวรัสโปลิโอชนิดรับประทาน เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อนี้

วัคซีนป้องกันไวรัสโปลิโอชนิดฉีด (lnactivated polio virus vaccine หรือ Inactivated polio vaccine, IPV)

เป็นวัคซีนที่เตรียมขึ้นจากเชื้อไวรัสโปลิโอที่ตายแล้ว เนื่องจากเป็นวัคซีนชนิดฉีด จึงทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อเชื้อไวรัสโปลิโอสูงขึ้นเฉพาะในกระเเสเลือด ปัจจุบันวัคซีนป้องกันไวรัสโปลิโอชนิดฉีด มีทั้งอยู่ในรูปวัคซีนชนิดเดี่ยว และวัคซีนชนิดรวมกับวัคซีนอื่น เช่น รวมกับวัคซีนฮิบ เป็นต้น

ปัจจุบัน สำหรับประเทศที่สามารถจัดการกับการติดเชื้อไวรัสโปลิโอให้หมดไปได้ ได้แล้ว ประเทศนั้นจะใช้วัคซีนป้องกันไวรัสโปลิโอชนิดฉีด IPV ทดแทนวัคซีนชนิดรับประทาน OPV เนื่องจากลดโอกาสเกิดภาวะติดเชื้อไวรัสโปลิโอจากตัววัคซีนฯเอง เพราะวัคซีนป้องกันไวรัสโปลิโอชนิดฉีด IPVถูกเตรียมขึ้นจากเชื้อไวรัสโปลิโอที่ตายแล้ว แต่วัคซีนฯชนิดรับประทาน OPV เตรียมจากเชื้อฯที่มีชีวิต

ผลลัพธ์ของการได้รับวัคซีนโปลิโอชนิดใดก็ตาม จะเสริมสร้างให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ผู้ที่ได้รับ หรือเรียกว่า Active immunization วัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโปลิโอ ซึ่งถึงแม้ว่าจะป้องกันโรคนี้ไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็ทำให้ความรุนแรงของโรคนี้ลดลง

ใครบ้างที่ต้องรับวัคซีนป้องกันเชื้อโปลิโอ

  • เด็กไทยทุกคน วัคซีนโปลิโอเป็นวัคซีนพื้นฐานที่เด็กไทยทุกคนต้องได้รับ ทั้งหมด 5 ครั้ง ที่อายุ2, 4, 6, 18 เดือน และ 6 ปี
  • ผู้ใหญ่ที่อยู่ในถิ่นที่ไม่มีการระบาดของโรคโปลิโอ และจะเดินทางไปถิ่นที่มีการระบาดของโรคโปลิโอ 
  • ผู้ที่ทำงานในห้องปฏิบัติการที่มีโอกาสรับเชื้อโปลิโอโดยตรง
  • ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนซึ่งบุตรได้รับ OPV

ใครบ้างที่ไม่สามารถรับวัคซีนป้องกันเชื้อโปลิโอ

  • วัคซีนชนิดรับประทานไม่ควรให้ในผู้ที่อยู่ในกลุ่มเหล่านี้
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งกรณีนี้แนะนำให้ใช้วัคซีนชนิดฉีดแทน
  • ผู้ที่อยู่บ้านเดียวกับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ผู้ป่วยมีประวัติแพ้ยาปฏิชีวนะ
  • ไม่แนะนำให้ใช้วัคซีนป้องกันไวรัสโปลิโอในหญิงตั้งครรภ์ และในหญิงให้นมบุตร
  • วัคซีนชนิดฉีดไม่ควรให้ในผู้ที่อยู่ในกลุ่มเหล่านี้
  • ผู้ที่เคยมีประวัติแพ้แบบรุนแรงในการฉีดวัคซีนโปลิโอครั้งก่อน
  • มีประวัติแพ้ Streptomycin,neomycin หรือ Polymyxin B ซึ่งเป็นส่วนผสมของวัคซีน
  • หากมีไข้ เจ็บป่วยเฉียบพลัน ควรเลื่อนการรับวัคซีนออกไปก่อน รอให้หายป่วยก่อนจึงค่อยมารับวัคซีน กรณีเป็นหวัดเล็กน้อย ไม่มีไข้ สามารถรับวัคซีนได้

วัคซีนป้องกันเชื้อโปลิโอ มีผลข้างเคียงอย่างไร

  • หลังจากได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อโปลิโอทั้ง 2 รูปแบบ เช่น เด็กอาจร้องงอแง ไม่สบายตัว มีไข้ที่อุณหภูมิสูงมากกว่า 39 องศาเซลเซียส 
  • เบื่ออาหาร ท้องเสีย อาเจียน
  • ส่วนหากได้รับวัคซีนในรูปแบบฉีดเข้ากล้ามเนื้อ อาจพบอาการเพิ่มเติม ณ บริเวณที่ฉีดวัคซีนฯ เช่น เกิดอาการบวม แดง เจ็บ บริเวณที่ฉีด อาจมีอาการเจ็บปวดเฉพาะที่เล็กน้อยไม่มีปฏิกิริยารุนแรงต่อร่างกาย  อาการสามารถทุเลาเองได้

ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ ที่ภูเก็ตได้ที่ไหน?

ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก ให้บริการที่ใกล้ชิด ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมทั้งทีมงานที่มีความชำนาญ พร้อมให้คำปรึกษาและ การรักษา โดยคุณสามารถเข้ารับบริการได้ทั้ง walk-in หรือนัดหมายล่วงหน้า เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้ารับบริการ

ช่องทางการติดต่อ

สาขาลากูน่า

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 21.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me

สาขาในเมือง

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8  ตำบลตลาดเหนือ  อำเภอเมืองภูเก็ต  จ.ภูเก็ต 83000 
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 20.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id.   @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ  096 288 2449
  • แผนที่คลินิก   https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9 
  • จองคิวตรวจออนไลน์    https://pmctown.youcanbook.me

สาขาหอนาฬิกา

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก  สาขาหอนาฬิกา   206/8 ถ. ภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์        10.00- 20.00น. (ช่วงเเรก)
  • สอบถามผ่าน Line id.  @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ   096 696 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
  • จองคิวตรวจออนไลน์  https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me

Similar Posts

  • วัคซีนป้องกันโรคท้องร่วง

    วัคซีนป้องกันโรคท้องร่วง หรือวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโรต้า ผลิตมาจากเชื้อไวรัสโรต้าที่ทำให้อ่อนฤทธิ์จนไม่ก่อโรค มีความปลอดภัยสูง และมีประสิทธิภาพดีในการป้องกันโรคจากเชื้อไวรัสโรต้าที่ทำให้เกิดโรคท้องร่วงในเด็กเล็ก โดยมักจะเกิดกับเด็กที่เริ่มเข้าสู่วัยอยากรู้อยากเห็น มักจะลองสัมผัสสิ่งรอบตัวและนำสิ่งของใส่ปาก จึงเป็นช่องทางหนึ่งที่นำไปสู่การติดเชื้อไวรัสโรต้า และทำให้เกิดท้องร่วงแบบเฉียบพลัน  ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้  โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5ปี

  • วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด

    ในประเทศไทยมีวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดเพียงชนิดเดียว คือ วัคซีนที่เตรียมจากเชื้อไวรัส varicella zoster ชนิดที่ถูกทำให้อ่อนแรงลง

    จากการศึกษาพบว่าการฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดสามารถป้องกันการเกิดโรคได้ร้อยละ 69.8 และป้องกันการเกิดอาการแทรกซ้อน คือ อาการปวดปลายประสาทหลังเป็นโรคงูสวัด ได้ถึงร้อยละ 66.5 ในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 50-59 ปี ส่วนในกลุ่มผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป วัคซีนสามารถป้องกันการเกิดโรคได้ร้อยละ 51 และป้องกันการเกิดอาการปวดปลายประสาทหลังเป็นโรคงูสวัดได้ร้อยละ 39

  • วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19

    วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 (COVID-19 vaccine) จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสนี้ขึ้นมา ช่วยป้องกันการติดเชื้อหากได้รับเชื้อในอนาคต แต่ต้องใช้เวลาระยะหนึ่งหลังฉีดวัคซีนร่างกายจึงจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาได้ การฉีดวัคซีนผู้รับวัคซีนยังต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด เช่น ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ เว้นระยะห่างทางสังคม เป็นต้น

    วัคซีนอาจไม่สามารถป้องกันทุกคนที่ฉีดจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ แต่พบว่าสามารถลดความรุนแรงของโรคได้ และยังไม่มีข้อมูลว่าเมื่อฉีดแล้วจะมีภูมิคุ้มกันโควิด-19 ได้นานเท่าไร รวมถึงไม่มีข้อมูลว่าผลการฉีดวัคซีนให้ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกันนั้น ทำให้ภูมิต่อไวรัสโควิด-19 มีผลลดลงกว่าในคนปกติหรือไม่

  • วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ

    ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A)  เป็นโรคตับที่เกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเอ Hepatitis A virus (HAV) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสกลุ่ม picornavirus ทำให้เกิดการอักเสบแบบเฉียบพลันของตับ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงตับอักเสบรุนแรงมาก โดยทั่วไปอาการจะหายเป็นปกติภายใน 2 เดือน 

    วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A Vaccine) ทำมาจากเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ ที่ตายแล้ว เป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย การฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอเป็นการป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบเอ ที่ได้ผลเกือบ 100%  และภูมิคุ้มกันที่ได้จากวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ จะอยู่ติดตัวไปได้ตลอด  

  • วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ

    วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ (Pneumococcal vaccine) เป็นวัคซีนสำหรับป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอคคัสนิวโมเนียอี ซึ่งเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบได้มากกว่า 90 สายพันธุ์  ทำให้เกิดโรคตั้งแต่ คออักเสบ ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ และสามารถลุกลามไปยังอวัยวะในระบบหายใจ และอวัยวะสำคัญอื่น ๆ เป็นอันตรายถึงขั้นภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และติดเชื้อในกระแสเลือดได้ 

  • สร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายโดยการฉีดวัคซีน

    การสร้างภูมิคุ้มกันโรคอาจทำได้อีกวิธีหนึ่ง โดยการให้ภูมิต้านทานสำเร็จ หรือที่แพทย์เรียกว่า อิมมูโนโกลบูลิน เข้าไปในร่างกายและสามารถต่อต้านเชื้อโรคได้ทันที ซึ่งวัคซีนไม่ได้หมายความถึงแต่การให้ภูมิคุ้มกันแก่เด็กเท่านั้น แต่ในบางประเภทของวัคซีนมีความมุ่งหมายให้ใช้ในการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ผู้ใหญ่ด้วย ได้แก่ วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอและบี วัคซีนป้องกันอีสุกอีใส ไข้หวัดใหญ่ นิวโมคอคคัส และวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด เป็นต้น