อาการท้องเสียหรืออุจจาระร่วงแน่นอนว่าเกือบทุกคนต้องเคยเป็น ซึ่งหลัก ๆ แล้วมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสมากที่สุด รองจากนั้นคือเชื้อแบคทีเรียและเชื้ออื่น ๆ แต่เจ้าไวรัสชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียได้รุนแรงมากที่สุดมีชื่อว่า ไวรัสโรต้า ซึ่งพบได้ในช่วงที่อากาศเย็นทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่ ที่สำคัญสามารถเป็นซ้ำ และแพร่กระจายเชื้อได้อย่างรวดเร็ว
ไวรัสโรต้า คืออะไร?
ไวรัสโรต้า (Rota virus) เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่มีหลายสายพันธุ์ เมื่อเชื้อไวรัสนี้เข้าไปในระบบทางเดินอาหารแม้เพียงเล็กน้อยก็ทำให้เกิดอาการอุจจาระร่วงรุนแรงได้ ซึ่งพบมากในเด็กเล็ก และมีอาการรุนแรงกว่าเด็กโต ถึงขนาดที่ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล และสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย นอกจากนี้ไวรัสโรต้ายังทนต่อสิ่งแวดล้อมได้นานหลายชั่วโมงจึงทำให้เกิดการระบาดอย่างรวดเร็ว
การติดต่อเกิดจากได้รับเชื้อไวรัสโรต้าเข้าสู่ปากโดยตรง โดยเชื้ออาจปนเปื้อนมากับมือ สิ่งของ เครื่องใช้หรือของเล่นต่างๆ รวมทั้งอาหารและน้ำ ผู้ป่วยที่เป็นโรคอุจจาระร่วงจากไวรัสโรต้าจะสามารถแพร่เชื้อออกมากับอุจจาระได้ตั้งแต่ 2 วันก่อนเริ่มมีอาการจนกระทั่งหายอุจจาระร่วงไปแล้ว 10 วัน บางรายอาจแพร่เชื้อได้เป็นเดือน
โรคนี้ติดต่อกันได้ง่ายมาก ไวรัสจำนวนเพียง 10 ตัวก็สามารถก่อให้เกิดโรคได้ ในขณะที่อุจจาระผู้ป่วย 1 กรัม มีไวรัสโรต้าหลายล้านตัว อีกทั้งไวรัสนี้สามารถมีชีวิตอยู่บนมือ และสิ่งแวดล้อมได้นาน จึงก่อให้เกิดการแพร่กระจายและระบาดได้ง่าย

อาการอุจจาระร่วงจากไวรัสโรต้า
ซึ่งอาการโดยทั่วไป มีดังนี้
- มักมีไข้สูงถึง 39 องศาเซลเซียส
- มีอาการอาเจียน ได้มากถึง 7 – 8 ครั้งต่อวัน
- ท้องเสีย ถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำ อาการเป็นได้นาน 3-7 วัน
- เกิดอาการชัก เพราะไข้สูง
- อาจทำให้เกิดอาการท้องเสียและอาเจียนอย่างหนักจนเกิดภาวะขาดน้ำรุนแรงถึงขั้นช็อกหรือเสียชีวิตได้จึงควรสังเกตอาการขาดน้ำที่เป็นสัญญาณเตือนว่าต้องรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว ได้แก่ กระหายน้ำ ปากแห้ง กระวนกระวาย ซึม ตาโบ๋ กระหม่อมบุ๋ม เป็นต้น
- ความดันโลหิตลดลง เกิดภาวะช็อก และเสียชีวิตได้ สำหรับผู้ใหญ่ที่ติดเชื้อไวรัสโรต้า
การรักษาอุจจาระร่วงจากไวรัสโรต้า
การดูแลรักษาเจ้าตัวเล็กและผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสโรต้าที่ดีที่สุดคือ การทดแทนน้ำในร่างกายที่สูญเสียไปเพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดน้ำรุนแรงและดูแลเรื่องการรับประทานอาหาร ดังนี้
- ดื่มน้ำเกลือแร่ครั้งละน้อย บ่อย ๆ
- เลี่ยงการให้ยาปฏิชีวนะและยาฆ่าเชื้อ
- งดนมและผลไม้
- ถ้าเป็นเด็กเล็กไม่ต้องหยุดนมแม่
- หากอาการไม่รุนแรงควรให้ดื่มน้ำสะอาดร่วมกับน้ำเกลือแร่ อาหารเหลว และอาหารอ่อน
- ถ้าอาการรุนแรง คือ มีไข้สูง ถ่ายเป็นมูกเลือด อาเจียน ซึม และเพลียมาก ควรรีบพบแพทย์ทันที
- ส่วนในรายที่มีภาวะขาดน้ำรุนแรงอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาภายในโรงพยาบาล โดยให้สารน้ำเข้าทางหลอดเลือด
การป้องกันอุจจาระร่วงจากไวรัสโรต้า
- ล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนและหลังทานอาหาร รวมถึงหลังเข้าห้องน้ำต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
- รับประทานอาหารที่สะอาด และปรุงสุก สดใหม่ ดื่มน้ำสะอาด
- ไม่ใช้อุปกรณ์การทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
- เลี่ยงการสัมผัสกับผู้ที่มีอาการท้องเสีย
- วัคซีนโรต้าช่วยป้องกันและลดความรุนแรงของโรคอุจจาระร่วงจากเชื้อไวรัสโรต้า เป็นวัคซีนพื้นฐานที่ใช้หยอดปากสำหรับเด็กขวบปีแรก
ในการป้องกันโรคท้องร่วงจากเชื้อไวรัสโรต้า นอกจากการรับวัคซีนตามเกณฑ์แล้ว การรักษาสุขอนามัยให้ถูกต้อง เช่น กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ก็เป็นสิ่งสำคัญ รวมทั้งการให้ทารกกินนมแม่ให้นานที่สุด ก็สามารถลดโอกาสภาวะท้องเสียจากไวรัสโรต้าลงได้
วัคซีนป้องกันโรคท้องร่วง คืออะไร?
วัคซีนป้องกันโรคท้องร่วง หรือวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโรต้า ผลิตมาจากเชื้อไวรัสโรต้าที่ทำให้อ่อนฤทธิ์จนไม่ก่อโรค มีความปลอดภัยสูง และมีประสิทธิภาพดีในการป้องกันโรคจากเชื้อไวรัสโรต้าที่ทำให้เกิดโรคท้องร่วงในเด็กเล็ก โดยมักจะเกิดกับเด็กที่เริ่มเข้าสู่วัยอยากรู้อยากเห็น มักจะลองสัมผัสสิ่งรอบตัวและนำสิ่งของใส่ปาก จึงเป็นช่องทางหนึ่งที่นำไปสู่การติดเชื้อไวรัสโรต้า และทำให้เกิดท้องร่วงแบบเฉียบพลัน ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5ปี
ปัจจุบันมี วัคซีนป้องกันวัคซีนป้องกันโรคท้องร่วง 2 ชนิด ได้แก่
1. วัคซีนโรต้า ชนิด 5 สายพันธุ์ (Human-Bovine) หรือ Rotateq ที่มีไวรัสโรต้าสายพันธุ์มนุษย์ G1,G2,G3,G4 และ P8 ให้วัคซีนด้วยการหยอดเข้าทางปากของทารก 3 ครั้ง
2. วัคซีนโรต้า ชนิด 1 สายพันธุ์ (็Human) หรือ Rotarix ที่มีไวรัสโรต้าสายพันธุ์มนุษย์ G1P8 เป็นส่วนประกอบ
วัคซีนนี้ โดยสามารถให้ร่วมกับวัคซีนเสริมไอพีดี ได้มีบริการทั้งหมด 4 แบบ สามารถเลือกได้ ตามความเหมาะสม
- วัคซีนเสริม โรต้า (Rotarix 1 สายพันธุ์)
- วัคซีนเสริม โรต้า (Rotateq 5 สายพันธุ์)
- วัคซีนเสริม ไอพีดี + วัคซีนเสริม โรต้า (Synflorix & Rotarix)
- วัคซีนเสริม ไอพีดี + วัคซีนเสริม โรต้า (Prevnar & Rotateq)

ใครบ้างที่ไม่ควรรับ หรือควรเลื่อนการรับวัคซีนป้องกันโรคท้องร่วง
โดยปกติแพทย์จะแนะนำในการให้วัคซีนป้องกันโรคท้องร่วง ที่อายุ 2 เดือน , 4 เดือน และ 6 เดือน ซึ่งมีข้อพึงระวัง คือ การให้วัคซีนครั้งแรกในทารก จะต้องไม่ช้ากว่าอายุ 15 สัปดาห์ และวัคซีนครั้งสุดท้ายจะต้องได้เสร็จสิ้นก่อนอายุ 8 เดือน
ฉะนั้นผู้ที่ไม่ควรได้รับ หรือควรเลื่อนการรับวัคซีนป้องกันโรคท้องร่วง มีดังนี้
- ผู้ที่แพ้ยาง Latex ซึ่งพบน้อยมากในเด็กอายุ 2 เดือน
- เด็กทารกที่มีปัญหาทางเดินลำไส้ผิดปกติ เช่น ลำไส้ใหญ่ส่วนปลายตีบ ลำไส้สั้นจากการผ่าตัด หรือ ห้ามใช้วัคซีนชนิด RotarixTM สำหรับเด็กที่มีภาวะระบบทางเดินอาหารผิดปกติแต่กำเนิดที่ยังไม่ได้รับการรักษา (Uncorrected congenital malformation of the GI tract)
- เด็กทารกที่มีผนังหน้าท้องเปิด และกระเพาะปัสสาวะเปิดออกทางหน้าท้อง
- เด็กทารกมีประวัติเป็นลำไส้กลืนกันมาก่อน หรือหลังรับวัคซีน คือห้ามใช้วัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าในเด็กที่มีประวัติ ลำไส้กลืนกัน(Intussusception)
- มีอาการท้องร่วง อาเจียน หรือปัญหาทางระบบทางเดินอาหารอยู่ ควรรอให้หายก่อน
- เด็กทารกที่มีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง คือ ห้ามใช้วัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าในเด็กที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องชนิดรุนแรง ที่เรียกว่า Severe Combined Immune Deficiency หรือย่อว่า SCID
- หากมีไข้ไม่สบายควรเลื่อนการรับวัคซีนไปก่อน ควรรอให้หายป่วยก่อน จึงมารับวัคซีนกรณีเป็นหวัดเล็กน้อย ไม่มีไข้ สามารถรับวัคซีนได้
- เคยแพ้วัคซีนในการให้ครั้งก่อน หรือผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของวัคซีน และห้ามใช้วัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าซ้ำอีก กรณีที่เคยได้รับวัคซีนชนิดดังกล่าวแล้วเกิดอาการแพ้รุนแรง ที่เรียกว่า อะนาไฟแลกซิส (Anaphylaxis) โดยอาการ คือ เกิดผื่นคันตามร่างกาย อาการหายใจติดขัด/หายใจไม่สะดวก/หายใจลำบาก บางกรณีอาจมีความดันโลหิตตก/ความดันโลหิตต่ำ เรียกอาการที่มีภาวะความดันโลหิตตกร่วมด้วยนี้ว่า อะนาไฟแลกซิส ช็อก (Anaphylacitc shock) หากมีอาการดังกล่าวเกิดขึ้น เด็กควรได้รับการบำบัดรักษาในโรงพยาบาลทันที และหลีกเลี่ยงการได้รับวัคซีนชนิดดังกล่าวในครั้งถัดไป แต่หากมีความจำเป็นต้องใช้วัคซีนนี้ เด็กต้องได้รับการพิจารณาจากแพทย์ด้านโรคภูมิแพ้แล้วเท่านั้น
- เด็กทารกที่มีอายุต่ำกว่า 1 เดือน หรือ ไม่ควรให้โด๊สแรกของวัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าทั้ง 2 ชนิดนี้ในเด็กอายุเกินกว่ากำหนด (ช่วงอายุที่แนะนำให้ได้รับวัคซีน คือ เด็กอายุ 2 – 4 เดือน) เนื่องจากอายุของเด็กที่เกินอายุที่กำหนด (5-12 เดือน) จะเป็นช่วงอายุที่เด็กมีโอกาสเกิดลำไส้กลืนกัน (Intussusception)ได้มากที่สุด ทำให้มีความเป็นไปได้ในทางทฤษฎีที่จะทำให้เด็กที่ได้วัคซีนนี้โด๊สแรก มีโอกาสเกิดปัญหานี้มากขึ้น และเด็กที่อายุมากกว่า 1ปี มักจะเคยติดเชื้อนี้มาก่อน(โดยมักมีอาการไม่รุนแรง ที่อาการหายได้เองจากรักษาอาการท้องเสียที่เกิดขึ้นตามอาการ จึงมักไม่ทราบว่ามีการติดเชื้อนี้) เด็กจึงมักมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อนี้แล้วเป็นส่่วนใหญ่ ดังนั้นวัคซีนป้องกันไวรัสเชื้อโรต้า จึงมักไม่มีความจำเป็นในกรณีเด็กอายุเกินกว่า 1 ปี
- ไม่แนะนำให้ใช้วัคซีนนี้ในเด็กโต หรือในผู้ใหญ่ ที่รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ และหญิงระยะให้นมบุตร เพราะเป็นช่วงอายุที่มีภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อไวรัสโรต้าแล้ว
- กรณีเด็กที่เกิดจากมารดาติดเชื้อเอชไอวี สามารถรับวัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าได้อย่างปลอดภัยและได้ผลดี แม้เด็กจะติดเชื้อเอชไอวีก็ตาม
ผลข้างเคียงของวัคซีนป้องกันโรคท้องร่วง
- ผลข้างเคียงของวัคซีนส่วนใหญ่เป็นผลข้างเคียงที่ไม่รุนแรง เช่น มีไข้ ปวดท้อง ร้องกวน ท้องเสีย ซึ่งมีโอกาสเกิดได้น้อย และมักจะเกิดขึ้นภายใน 7-14 วันหลังจากได้วัคซีน พบผลข้างเคียงนี้ในการรับวัคซีนครั้งแรกมากกว่าครั้งหลัง
- ผลข้างเคียงที่รุนแรงหรือเป็นมาก เช่น ชีพจรเต้นเร็ว ซีด หายใจลำบากมีเสียงวิ๊ด ๆ หรือกลืนลำบาก หากเป็นเช่นนั้น ต้องส่งโรงพยาบาล และงดรับวัคซีนครั้งต่อไป และควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที และบอกอาการให้แพทย์ทราบโดยละเอียด และควรต้องเฝ้าระวัง คือ ลำไส้กลืนกัน ซึ่งตามรายงานมีโอกาสเกิดได้น้อยมาก
ไวรัสโรต้า เป็นไวรัสที่มีความทนทานต่อภาวะแวดล้อมได้ดี ติดต่อได้ง่ายการรักษายังไม่มีวิธีที่รักษาจำเพาะ เป็นการรักษาทั่วไปตามอาการ ฉะนั้นการป้องกันด้วยการให้วัคซีนป้องกันโรคท้องร่วง เป็นการเสริมสร้างภูมิต้านทาน ซึ่งวัคซีนชนิดรับประทาน เป็นวิธีที่สะดวกและได้ผลดี ทำให้เด็กมีภูมิคุ้มกันพอที่จะป้องกันโรคได้ จะช่วยให้อาการป่วยรุนแรงน้อยลง โดยพบว่าวัคซีนสามารถป้องกันได้ประมาณ 80 – 90 % ในเด็กที่เคยได้รับวัคซีนครบ
ฉีดวัคซีนป้องกันโรคท้องร่วง ที่ภูเก็ตได้ที่ไหน?
ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก ให้บริการที่ใกล้ชิด ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมทั้งทีมงานที่มีความชำนาญ พร้อมให้คำปรึกษาและ การรักษา โดยคุณสามารถเข้ารับบริการได้ทั้ง walk-in หรือนัดหมายล่วงหน้า เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้ารับบริการ
ช่องทางการติดต่อ
สาขาลากูน่า
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 21.00 น.
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me
สาขาในเมือง
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8 ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 20.00 น.
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 288 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmctown.youcanbook.me
สาขาหอนาฬิกา
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาหอนาฬิกา 206/8 ถ. ภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 10.00- 20.00น. (ช่วงเเรก)
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 696 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me
