วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค

อหิวาตกโรค (CHOLERA) เป็นโรคติดต่ออันตรายร้ายแรงและสามารถระบาดได้อย่างรวดเร็ว  โดยมีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย  วิบริโอ โคเลอรี (Vibrio Cholerae)  ที่ปนอยู่ในอุจจาระ หรือ อาเจียน ของผู้ที่เป็นพาหะ กระจายไปสู่สิ่งแวดล้อม ปนเปื้อนในอาหาร น้ำดื่ม และมักจะมักเกิดในชุมชนที่อยู่กันอย่างหนาแน่น และในถิ่นที่ไม่มีน้ำสะอาดใช้อย่างพอเพียง ไม่มี ส้วมที่ถูกสุขลักษณะ มีการสุขาภิบาลไม่ดี เช่น มีการทิ้งขยะเกลื่อนกลาด ร้านอาหารไม่สะอาด ถูกหลักสุขาภิบาล โดยมีแมลงวันเป็นพาหะ 

ผู้ติดเชื้อสามารถได้รับเชื้อจากการรับประทานอาหาร ที่มีเชื้อแบคทีเรียปะปนอยู่ เช่น รับประทานอาหาร สุกๆดิบๆ หรือ อาหารที่มีแมลงวันตอม จนทำให้เกิดอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำและอาเจียนอย่างรุนแรง ส่งผลให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็วจนนำไปสู่การเกิดภาวะขาดน้ำ ในกรณีที่รุนแรงอาจเกิดอาการช็อคและเสียชีวิตได้

วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค

วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค คืออะไร?

วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค (Cholera Vaccine)  ได้รับการพัฒนามานานแล้ว แต่ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคยังไม่ยืนยาว กล่าวคือ มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคร้อยละประมาณ 85 (85%) ในช่วง 6 เดือนแรก และลดลงเหลือน้อยกว่าร้อยละ 50 (50%) หลังการรับวัคซีนไปแล้ว 2 ปี เพราะวัคซีนป้องกันได้นาน 2 ปี

ปัจจุบัน มีวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค 2 ชนิด คือ ชนิดรับประทาน, และชนิดฉีดแต่ความนิยมการใช้วัคซีนชนิดฉีดลดลง เนื่องจากประสิทธิภาพด้อยกว่าชนิดรับประทาน  โดยต้องรับประทานวัคซีน 2 ครั้ง ห่างกัน 1-6 สัปดาห์ และสำหรับ เด็กอายุ 2 – 6 ปี ควรได้รับ 3 ครั้ง โดยระยะห่าง 1 – 6 สัปดาห์เช่นกัน 

วิธีการรับประทานวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคในผู้ใหญ่

  • ผู้ที่ไม่เคยรับวัคซีนมาก่อน หรือเคยรับวัคซีนมาแล้วแต่เกินกำหนด 2 ปี รับ 2 โด๊ส ห่าง  1 – 6 สัปดาห์
  • ผู้ที่เคยรับวัคซีนมาแล้วแต่ยังไม่เกินกำหนด 2 ปี รับกระตุ้น 1 โด๊ส

ใครบางที่ควรได้รับวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค?

โดยทั่วไป  วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคไม่ได้เป็นวัคซีนแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวเนื่องจากพบว่า โอกาสการติดเชื้ออหิวาตกโรคระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวมีน้อยมาก  

อย่างไรก็ดี หากเป็นนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปยังบริเวณที่มีการแพร่ระบาดของโรคนี้ รวมถึงเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่จะเข้าไปทำงานในถิ่นทุรกันดารที่มีเชื้อโรคนี้เป็น เชื้อประจำถิ่น และผู้ที่เข้าไปทำงานในค่ายสำหรับผู้ลี้ภัย ควรได้รับวัคซีนชนิดนี้ก่อนเข้าไปยังบริเวณที่มีการแพร่ระบาดของโรค โดยควรต้องได้รับวัคซีนนี้ครบถ้วนล่วงหน้า 1 สัปดาห์

ข้อห้ามในการใช้วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค

โดยทั่วไป วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคมีความปลอดภัย เว้นแต่ผู้ที่มีประวัติแพ้ยา/แพ้วัคซีนนี้ หรือแพ้ส่วนประกอบของวัคซีนนี้  ควรหลีกเลี่ยงการรับวัคซีนนี้ รวมไปถึงการให้วัคซีนนี้กับผู้ที่กำลังป่วย โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคระบบทางเดินอาหารเฉียบพลัน

ปัจจุบัน ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดด้านความปลอดภัยของวัคซีนนี้แก่หญิงตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร,  การรับวัคซีนในช่วงภาวะเหล่านี้ จึงขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแพทย์เป็นกรณีๆไป

ผลข้างเคียงวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค

วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียง หรืออาการไม่พึงประสงค์ ที่ไม่รุนแรง เช่น  ปวดท้อง  ท้องเสีย  คลื่นไส้อาเจียน

อาการไม่พึงประสงค์ที่มีความรุนแรงพบได้น้อยมาก เช่น อาการแพ้วัคซีน ได้แก่ มีผื่นคันขึ้นตามตัว, ใบหน้า ลำคอ บวม, หายใจไม่สะดวก/หายใจลำบาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นภายใน 2-3 นาที ถึง 2-3 ชั่วโมง หลังการรับวัคซีนนี้  หากเกิดอาการดังกล่าว ต้องรีบพบแพทย์ทันที

ฉีดวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค ที่ภูเก็ตได้ที่ไหน?

ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก ให้บริการที่ใกล้ชิด ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมทั้งทีมงานที่มีความชำนาญ พร้อมให้คำปรึกษาและ การรักษา โดยคุณสามารถเข้ารับบริการได้ทั้ง walk-in หรือนัดหมายล่วงหน้า เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้ารับบริการ

ช่องทางการติดต่อ

สาขาลากูน่า

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 21.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me

สาขาในเมือง

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8  ตำบลตลาดเหนือ  อำเภอเมืองภูเก็ต  จ.ภูเก็ต 83000 
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 20.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id.   @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ  096 288 2449
  • แผนที่คลินิก   https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9 
  • จองคิวตรวจออนไลน์    https://pmctown.youcanbook.me

สาขาหอนาฬิกา

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก  สาขาหอนาฬิกา   206/8 ถ. ภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์        10.00- 20.00น. (ช่วงเเรก)
  • สอบถามผ่าน Line id.  @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ   096 696 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
  • จองคิวตรวจออนไลน์  https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me

Similar Posts

  • วัคซีนป้องกันวัณโรค

    วัคซีนป้องกันวัณโรค หรือวัคซีนบีซีจี (Bacillus Calmette-Guérin: BCG) ภายในวัคซีนป้องกันวัณโรคจะประกอบไปด้วยเชื้อวัณโรคที่ถูกทำให้เชื้ออ่อนแรงลงในปริมาณเพียงเล็กน้อย กลไกการทำงานของวัคซีนคือเชื้อที่ฤทธิ์อ่อนลงจะเข้าไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้สามารถรับมือกับเชื้อวัณโรคได้ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ ป้องการการเกิดโรควัณโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือ เชื้อทีบี หากร่างกายได้รับเชื้อดังกล่าว จะถูกทำลายเป็นอันดับแรกเนื่องจากมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง แต่ก็ยังหลงเหลือส่วนที่หลบซ่อน ไม่ก่อภาวะอันตรายอันจะนำไปสู่การเกิดโรควัณโรคชัดเจน แต่หากร่างกายอ่อนแอเมื่อไหร่ เชื้อโรคที่ซ่อนอยู่จะออกมาโจมตีร่างกายทันที

  • วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ

    วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ (Pneumococcal vaccine) เป็นวัคซีนสำหรับป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอคคัสนิวโมเนียอี ซึ่งเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบได้มากกว่า 90 สายพันธุ์  ทำให้เกิดโรคตั้งแต่ คออักเสบ ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ และสามารถลุกลามไปยังอวัยวะในระบบหายใจ และอวัยวะสำคัญอื่น ๆ เป็นอันตรายถึงขั้นภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และติดเชื้อในกระแสเลือดได้ 

  • ทำไมเราต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรค

    วัคซีน คืออะไร ?

    วัคซีนมี (Vaccine)  คือ เป็นสารชีววัตถุ (biological preparation) ที่ผลิตขึ้นจากเชื้อจุลชีพ หรือสารชีวพิษของเชื้อจุลชีพ (toxin) หรือการให้ เชื้อหรือส่วนหนึ่งของเชื้อเข้าไปในร่างกายเพื่อกระตุ้นให้มีการสร้างภูมิคุ้มกันโรค หรือแอนติบอดี เพื่อต่อต้านการติดเชื้อ เมื่อมีเชื้อจุลชีพเข้าสู่ร่างกายได้ซึ่งอาจให้เวลานานนับสัปดาห์ หรือนับเดือนกว่าจะมีภูมิป้องกันโรคได้

  • ยาเพร็พ แบบฉีด ก้าวสำคัญของการป้องกันเอชไอวี พร้อมเข้าถึงได้แล้วในภูเก็ต

    ยาเพร็พ (PrEP หรือ Pre-Exposure Prophylaxis) เป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก แต่เดิม PrEP เป็นยารับประทานที่ต้องกินทุกวันจึงจะได้ผลสูงสุด อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบคือผู้ใช้หลายคนลืมหรือไม่สามารถกินยาต่อเนื่องได้ ทำให้ประสิทธิภาพลดลง ปัจจุบันมี PrEP แบบฉีด (Long-Acting Injectable PrEP) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหานี้ และข่าวดีคือบริการรูปแบบนี้ได้เริ่มเข้าถึงได้แล้วในประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพ และการท่องเที่ยว

    การทำความเข้าใจทุกมิติของ PrEP แบบฉีด ตั้งแต่กลไกการทำงาน ความแตกต่างกับ PrEP แบบกิน ข้อดี–ข้อจำกัด ผลข้างเคียงที่ควรรู้ สถานะการเข้าถึง รวมถึงเหตุผลที่ การเลือกใช้บริการในภูเก็ต เป็นโอกาสสำคัญสำหรับทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ

  • ระบบภูมิคุ้มกันแต่กำเนิด คืออะไร?

    ระบบภูมิคุ้มกันแต่กำเนิด (Innate immune system) เราทุกคนเกิดมาพร้อมกับระบบภูมิคุ้มกันประเภทนี้ ถูกถ่ายทอดจากพันธุกรรม คือ ภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นเองเพื่อป้องกันและสกัดเชื้อโรค ซึ่งเป็นกลไกที่ไม่จำเพาะเจาะจงกับเชื้อโรคชนิดใดชนิดหนึ่ง เช่น ผิวหนัง เยื่อบุ เยื่อเมือกต่าง ๆ ช่วยขัดขวางไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย หรือ กรดในกระเพาะอาหาร น้ำตา เหงื่อ ช่วยทำลายเชื้อโรคก่อนเข้าสู่ร่างกาย รวมถึงเซลล์เพชฌฆาต (Natural Killer Cells; NK Cells) ที่พร้อมต่อสู้กับเนื้องอก เซลล์มะเร็ง หรือการติดเชื้อไวรัสอย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดการติดเชื้อ  เพื่อทำให้ร่างกายเราปลอดภัยจากสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่น ซึ่งถือเป็นการป้องกันเชื้อโรคชั้นแรกของร่างกาย โดนภูมิคุ้มกันเเบบนี้มีมาตั้งเเต่เกิด โดยทารกที่มีอายุครรภ์ 5 สัปดาห์ จะเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันได้เอง เเต่ยังสร้างได้น้อยมาก เนื่องจากเริ่มมีการเจริญของอวัยวะน้ำเหลือง

  • วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก

    วัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน เป็นวัคซีนเชื้อตาย ที่ประกอบไปด้วยแอนติเจนของเชื้อไอกรน และ ท็อกซอยด์ของเชื้อคอตีบและบาดทะยัก ในประเทศไทยมีวัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน อยู่ด้วยกัน 2 ชนิดหลักๆ ซึ่งมีส่วนประกอบ สูตร และส่วนผสมที่แตกต่างกันสำหรับใช้ในกลุ่มอายุต่างๆ:

    วัคซีน DTaP หรือ DTwP วัคซีนนี้ใช้สำหรับทารกและเด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ของชื่อย่อวัคซีนนี้บ่งบอกว่าปริมาณแอนติเจนของเชื้อไอกรน และท็อกซอยด์ของเชื้อคอตีบและบาดทะยัก ในวัคซีนนั้นมีปริมาณสูง

    วัคซีน Tdap วัคซีนนี้ใช้สำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป จนถึงผู้ใหญ่ ตัวอักษรพิมพ์เล็กภาษาอังกฤษ “d” และ “p” บ่งบอกถึงการลดปริมาณท็อกซอยด์ของเชื้อคอตีบและแอนติเจนของเชื้อไอกรนในวัคซีน เพื่อลดอาการข้างเคียงของวัคซีนที่อาจเกิดขึ้น