ตับเป็นอวัยวะที่สำคัญต่อร่างกายของเราอย่างมาก หากตับเกิดการอักเสบหรือเสียหาย ตับก็จะไม่สามารถทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดความผิดปกติขึ้นกับสุขภาพของร่างกาย สาเหตุใหญ่อย่างหนึ่งที่ทำให้ตับของเราเกิดการอักเสบก็คือ ไวรัสตับอักเสบบี
โรคไวรัสตับอัดเสบบี คือ ภาวะการติดเชื้อของตับที่เกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบบี โดยภาวะนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของโรคที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อตับ เช่น มะเร็งตับ ตับแข็ง และตับวาย เป็นต้น โดยการติดเชื้อไวรัสดังกล่าวจะมาจากสารที่หลั่งออกมาจากร่างกายและสามารถติดต่อสู่ผู้อื่นได้

สาเหตุโรคไวรัสตับอักเสบบี
- การติดต่อผ่านทางของเหลวที่ออกมาจากร่างกาย เช่น สารคัดหลั่ง เลือด น้ำเชื้อ น้ำเหลือง เป็นต้น โรคนี้จะติดต่อผ่านคนสู่คนก็ต่อเมื่อของเหลวในร่างกายของผู้ติดเชื้อผ่านเข้าสู่ร่างกายของบุคคลอื่น โดยจะติดต่อผ่านทางบาดแผล รอยแผล หรือผิวหนังถลอก
- การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
- การใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น เข็มฉีดยา แปรงสีฟัน มีดโกน เป็นต้น
- การติดต่อจากแม่ที่มีเชื้อไวรัสสู่ทารกในครรภ์
อาการโรคไวรัสตับอักเสบบี
ผู้ป่วยโรคนี้มักแสดงอาการออกมาหลังจากติดเชื้อไปแล้วประมาณ 1-3 เดือน โดยผู้ป่วยจะมีอาการ ดังนี้
- มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน
- มีอาการอ่อนแรงและปวดตามข้อ
- เบื่ออาหาร
- ตาและผิวมีสีเหลือง
- ปวดบริเวณช่องท้อง
- ปัสสาวะมีสีเข้ม
การวินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบบี
- เจาะเลือดตรวจค่าการทำงานของตับ (liver function test)
- เจาะเลือดตรวจเชื้อไวรัสตับอักเสบบี
- HBsAg (แอนติเจนไวรัสตับอักเสบบี): ให้ผลบวก แปลว่า ผู้ป่วยกำลังมีเชื้อไวรัสตับอักเสบบี
- Anti-HBS (ภูมิคุ้มกันต่อ HBsAg): ให้ผลบวก แปลว่า ผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ภูมิคุ้มกันจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้ป่วยได้รับการฉีดวัคซีนหรือเคยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบและหายจากโรคแล้ว ดังนั้น ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันจึงไม่แพร่เชื้อให้ผู้อื่น และไม่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีอีก
- การวินิจฉัยว่าเป็นไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง ต้องเจาะเลือดตรวจซ้ำอีกครั้งที่ 6 เดือนหลังจากวินิจฉัยว่าเป็นไวรัสตับอักเสบบีแบบเฉียบพลัน หากพบว่าร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ จึงจะวินิจฉัยว่าเป็น “โรคไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง
- การตัดชิ้นเนื้อจากตับไปตรวจ แพทย์จะใช้เข็มแทงผ่านผิวหนังเพื่อเก็บชิ้นเนื้อจากตับ การตรวจนี้ไม่ได้ทำในผู้ป่วยทุกราย ทำเฉพาะในผู้ป่วยตับอักเสบเรื้อรังที่ต้องการติดตามการดำเนินไปของโรค เช่น ต้องการทราบภาวะพังผืดในตับและการอักเสบของเซลล์ตับ ซึ่งจะมีผลในการเริ่มต้นการรักษา หรือสงสัยมะเร็งตับ เป็นต้น
การรักษาโรคไวรัสตับอักเสบบี
- ไวรัสตับอักเสบบีระยะเฉียบพลัน ผู้ป่วยสามารถหายจากโรคนี้ได้ในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน ดังนั้นผู้ป่วยจึงต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ในการดูแลตนเอง เช่น อาศัยอยู่ในพื้นที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก ทานยาปฏิชีวนะ และทานยาแก้ปวดกรณีปวดท้อง
- ไวรัสตับอักเสบบีระยะเรื้อรัง ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน และลดโอกาสแพร่เชื้อใส่ผู้อื่น โดยสามารถรักษาได้ด้วยการรับยาต้านไวรัสตามคำแนะนำจากแพทย์
ภาวะแทรกซ้อนจากโรคไวรัสตับอักเสบบี
ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงของโรคไวรัสตับอีกเสบ บี จะเกิดในระยะเรื้อรัง (Chronic) ซึ่งอาจทำให้เกิดโรค ที่ร้ายแรงขึ้นได้ เช่น โรคตับแข็ง ตับวาย และมะเร็งตับ ซึ่งโรคเหล่านี้เกิดจากการที่เซลล์ตับค่อย ๆ ถูกทำลายลงไป หรือจนตับไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ และอาจจะต้องทำการเปลี่ยนตับหรือปลูกถ่ายตับใหม่
จากที่กล่าวมาข้างต้นว่าโรคภาวะตับอักเสบบี สามารถพัฒนากลายเป็นโรคร้ายได้ ดังนี้
- โรคตับแข็ง (Cirrhosis) จะเกิดขึ้นประมาณ 1 ใน 5 ของผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง มีการอักเสบของตับจนเกิดเป็นพังผืดและดำเนินไปจนกลายเป็นตับแข็งในที่สุด ซึ่งมีผลทำให้การทำงานของตับเสื่อมสภาพลง
- มะเร็งตับ ผู้ป่วยที่เป็นตับแข็งอันมีสาเหตุมาจากไวรัสตับอักเสบ บี มีโอกาสพัฒนาไปจนเป็นมะเร็งตับได้ ซึ่งในทุก ๆ ปี จะมีโอกาสเกิดมะเร็งตับได้ประมาณ 1 ใน 20 โดยอาจพบว่ามีอาการได้แก่ น้ำหนักลด เบื่ออาหาร หรือตาเหลือผิวเหลือง (ดีซ่าน) เป็นต้น
- ภาวะตับวายเฉียบพลัน ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบเฉียบพลัน อย่างน้อย 1 ใน 100 คน มีโอกาสที่จะดำเนินไปสู่ตับวายเฉียบพลันได้ การเกิดตับวายเฉียบพลัน เป็นภาวะของส่วนการทำงานของตับที่มีความสำคัญได้หยุดทำงานลง หากเกิดขึ้นแล้วมีความจำเป็นต้องมีการปลูกถ่ายตับเพื่อรักษาชีวิตของผู้ป่วยเอาไว้
- ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ผู้ป่วยที่เป็นไวรัสตับอักเสบ บี อาจมีโรคเกี่ยวกับไต การติดเชื้อในกระแสเลือด หรือภาวะโลหิตจาง ร่วมด้วย

การป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี
- สิ่งของที่ไม่ควรใช้ร่วมกันกับผู้ที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี คือ มีดโกน ที่โกนหนวด กรรไกรตัดเล็บ เนื่องจากอาจปนเปื้อนเลือดได้
- ต้องป้องกันทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์
- ป้องกันทุกครั้งหากต้องสัมผัสสารที่หลั่งออกมาจากร่างกาย เช่น ใส่ถุงมือ
- รักษาความสะอาดของสิ่งของรอบตัว
- กรณีที่บุคคลในบ้านเดียวกันเป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี สามารถรับประทานอาหารร่วมโต๊ะกันได้ ไม่พบการติดต่อทางน้ำลาย
- ปรึกษาแพทย์เรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ในรายที่ยังไม่เป็นโรค
- การรับวัคซีนเพื่อป้องกัน โดยเด็กจะต้องรับ 3 เข็ม คือ ตอนแรกเกิด ตอนอายุ 1-2 เดือน และ6-18 เดือน ตามลำดับ หากเป็นผู้ใหญ่ และไม่เคยรับวัคซีนควรรับวัคซีนเพื่อป้องกันด้วย
การปฏิบัติตัวของผู้ที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์โดยเคร่งครัด รับประทานยาหรือฉีดยาสม่ำเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงการดื้อยา
- ระหว่างรักษาแพทย์จะนัดตรวจเลือดหรืออัลตร้าซาวน์ตับเป็นระยะเพื่อติดตามการรักษา ผู้ป่วยควรมาพบแพทย์ตามนัดสม่ำเสมอ
- งดบริจาคเลือด
- แนะนำให้บุคคลใกล้ชิด สมาชิกในครอบครัว มาตรวจและฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี
- งดดื่มสุราและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอ
- หลีกเลี่ยงสมุนไพร อาหารเสริมต่างๆ หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- สามารถรับประทานอาหารได้ทุกชนิด อาจหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกถั่วและธัญพืชที่เก็บค้างนาน เนื่องจากอาจมีสารอะฟลาทอกซิน ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งตับ
- หลีกเลี่ยงการใช้ยาชุด ยาลูกกลอนสมุนไพร ยาต้ม เนื่องจากอาจกดภูมิคุ้มกันของร่างกายทำให้ไวรัสกำเริบและทำให้เกิดตับอักเสบจากตัวยานั้นๆเองได้
ตรวจโรคไวรัสตับอักเสบบี ที่ภูเก็ตตรวจได้ที่ไหน?
ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก ให้บริการที่ใกล้ชิด ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมทั้งทีมงานที่มีความชำนาญ พร้อมให้คำปรึกษาและ การรักษา โดยคุณสามารถเข้ารับบริการได้ทั้ง walk-in หรือนัดหมายล่วงหน้า เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้ารับบริการ
ช่องทางการติดต่อ
สาขาลากูน่า
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 21.00 น.
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me
สาขาในเมือง
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8 ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 83000
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 20.00 น.
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 288 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmctown.youcanbook.me
สาขาหอนาฬิกา
- ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาหอนาฬิกา 206/8 ถ. ภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 10.00- 20.00น. (ช่วงเเรก)
- สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
- เบอร์โทรติดต่อ 096 696 2449
- แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
- จองคิวตรวจออนไลน์ https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me
