ภาวะแทรกซ้อนของโรคแผลริมอ่อน

โรคแผลริมอ่อนเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่งที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งชื่อ Haemophilus Ducreyi ซึ่งทำให้เกิดแผลเปื่อยบริเวณอวัยวะเพศทั้งชายและหญิง ซึ่งอาจมีเลือดหรือของเหลวไหลออกมาจากแผล และผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบโตผิดปกติร่วมด้วย ทำให้สามารถแพร่เชื้อไปยังคู่นอนระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์ทางปาก รูทวาร หรือช่องคลอดได้ บางครั้งเรียกว่า โรคซิฟิลิสเทียม เนื่องจากทำให้เกิดแผลได้เช่นกัน ต่างกันตรงที่โรคแผลริมอ่อนจะมีอาการเจ็บปวด และขอบแผลจะนิ่มอ่อน  แต่แผลซิฟิลิสจะไม่มีอาการปวด และขอบแผลจะแข็ง

ภาวะแทรกซ้อนของโรคแผลริมอ่อน

ลักษณะโรคแผลริมอ่อน

โรคแผลริมอ่อนในผู้ชาย

เกิดตุ่มแดงเล็กขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ ใต้หนังหุ้มปลายองคชาต หรือ ถุงอัณฑะ โดยที่แผลอาจลุกลามเป็นแผลเปื่อยได้ภายใน 1-2 วัน ซึ่งผู้ติดเชื้อจะมีอาการเจ็บหรือแสบร้อนบริเวณที่เกิดแผล

โรคแผลริมอ่อนในผู้หญิง

ผู้หญิงจะเกิดตุ่มแดงเล็กขึ้นบริเวณอวัยวะเพศมากกว่าเพศชาย โดยจะมีอาการเจ็บปวดน้อยกว่าเพศชาย มักพบแผลในแคมเล็ก อวัยวะเพศ ต้นขา ขาหนีบ ปากช่องคลอด ซึ่งลักษณะของอาการแผลริมอ่อนในเพศหญิงมีความคล้ายคลึงกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น หรือบางรายอาจไม่แสดงอาการของโรคริมอ่อนอย่างชัดเจน ส่งผลให้สังเกตอาการได้ยากและอาจแพร่เชื้อสู่คู่นอนโดยไม่รู้ตัว

ภาวะแทรกซ้อนของโรคแผลริมอ่อน 

  • ทำให้มีโอกาสติดเชื้อโรคเอดส์ได้ง่ายขึ้น อาจมีผลพวงจากการเป็นแผลที่มีการติดเชื้อชนิดอื่น ๆ ซ้ำได้ แม้จะรักษาครบแล้ว ทำให้เกิดเป็นรอยแผลเป็น แผลดึงรั้ง บริเวณอวัยวะเพศ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ในอนาคตได้ 
  • เกิดแผลเป็น หรือพังผืดบริเวณหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย ซึ่งอาจทำให้เป็นแผลดึงรั้งจนเกิดภาวะหนังหุ้มปลายองคชาตตีบตัน (Phimosis) ทำให้เปิดไม่ขึ้น ทำให้การทำความสะอาดยากจนส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรังที่ปลายองคชาติที่อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงเกิดมะเร็งอวัยวะเพศชายได้
  • ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบแตกเป็นหนองไหลออกมา หากไม่รักษาภายใน 5-8 วันหลังจากเกิดแผล เมื่อแผลหายแล้วอาจทำให้เป็นแผลเป็นได้ 
  • เสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสอื่นๆได้ง่าย เนื่องมาจากแผลที่ทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียได้ 
  • เสี่ยงเกิดรอยทะลุของท่อปัสสาวะ หรือ Urethral Fistula) คือ มีท่อและมีหนองไหลตลอดเวลาติดต่อระหว่างอวัยวะที่ติดโรคหรือเป็นแผล เช่น ช่องคลอดกับทวารหนัก ท่อปัสสาวะกับผิวหนัง เป็นต้น  โดยเฉพาะในผู้ชายที่ไม่ได้ขลิบหนังหุ้มปลายของอวัยวะเพศออก แต่ในกรณีที่เกิดการติดเชื้อเอชไอวีร่วมด้วย ผู้ป่วยมักจะต้องใช้เวลารักษาแผลริมอ่อนนานมากขึ้น
  • เกิดฝีขนาดใหญ่บริเวณที่เป็นหนอง
  • ในรายที่เป็นรุนแรง อาจทำให้อวัยวะเพศแหว่งหายได้ หรือที่คนไทยเรียกว่า โรคฮวบ

การป้องกันโรคแผลริมอ่อน

สำหรับโรคแผลริมอ่อนสามารถป้องกันได้ โดยการใช้วิธีเดียวกันกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ดังนี้

  • ควรสวมถุงยางป้องกันทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย หรือไม่สำส่อนทางเพศ
  • รักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศอยู่เสมอ หรือหลังมีเพศสัมพันธ์
  • หลีกเลี่ยง หรือไม่ควรมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่เป็นโรคนี้หรือมีบาดแผลบริเวณอวัยวะเพศ
  • ออกกำลังกายและรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ
  • ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทุกปีและก่อนการแต่งงาน
  • หากมีภาวะเสี่ยงติดเชื้อแผลริมอ่อนควรรีบปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด
  • ผู้ที่เป็นโรคควรงดการมีเพศสัมพันธ์ทุกรูปแบบ หรือในรายที่คาดว่าได้รับเชื้อควรงดการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 10 วัน และไปพบแพทย์ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ
  • การทำขลิบไร้เลือด ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีในการป้องกันแผลริมอ่อนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากการขลิบเป็นการผ่าตัดเอาหนังหุ้มปลายออก คุณจึงสามารถทำความสะอาดอวัยวะเพศได้อย่างหมดจด ในกรณีที่ใครมีปัญหาหนังหุ้มปลายตีบตัน ไม่สามารถรูดขึ้น-ลงได้ตามต้องการ พยายามรูดเท่าไหร่ก็เจ็บก็ปวด อาจเสี่ยงต่อการเป็นแผลบริเวณอวัยวะเพศมากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า เนื่องจากหนังหุ้มปลายที่ตีบตันจะกลายเป็นแหล่งสะสมของสารคัดหลั่งต่าง ๆ และเป็นแหล่งรวมแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังหุ้มปลายจนกลายเป็นแผลในที่สุด

ตรวจโรคแผลริมอ่อน ที่ภูเก็ตตรวจได้ที่ไหน?

ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก ให้บริการที่ใกล้ชิด ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมทั้งทีมงานที่มีความชำนาญ พร้อมให้คำปรึกษาและ การรักษา โดยคุณสามารถเข้ารับบริการได้ทั้ง walk-in หรือนัดหมายล่วงหน้า เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้ารับบริการ

ช่องทางการติดต่อ

สาขาลากูน่า

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 21.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me

สาขาในเมือง

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8  ตำบลตลาดเหนือ  อำเภอเมืองภูเก็ต  จ.ภูเก็ต 83000 
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 20.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id.   @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ  096 288 2449
  • แผนที่คลินิก   https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9 
  • จองคิวตรวจออนไลน์    https://pmctown.youcanbook.me

สาขาหอนาฬิกา

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก  สาขาหอนาฬิกา   206/8 ถ. ภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์        10.00- 20.00น. (ช่วงเเรก)
  • สอบถามผ่าน Line id.  @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ   096 696 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
  • จองคิวตรวจออนไลน์  https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me

Similar Posts

  • โรคฝีมะม่วงป้องกันได้อย่างไร?

    โรคฝีมะม่วง (Lymphogranuloma Venereum: LGV) ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เรื้อรัง ที่เกิดจากเชื้อคลาไมเดีย (Chlamydia Trachomatis) ซึ่งมักเกิดการติดเชื้อที่อวัยวะสืบพันธุ์หรือทวารหนัก ผู้ป่วยโรคนี้จะมีต่อมน้ำเหลืองโตที่ต้นขาข้างใดข้างหนึ่งหรือที่ขาหนีบ โดยจะเกิดตุ่มหรือแผลขนาดเล็กที่อวัยวะเพศก่อน จากนั้นต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบจะอักเสบ ทำให้เกิดอาการปวดบวมและเดินลำบาก นอกจากนี้ หากรูทวารอักเสบหรือมีแผล จะรู้สึกปวดบริเวณก้นตลอดเวลา อาจถ่ายไม่ออกหรือท้องร่วง หรือรูทวารตีบตันได้ ส่วนผู้หญิงที่ป่วยเป็นฝีมะม่วงจะทำให้อุ้งเชิงกรานอักเสบ ส่งผลให้ท้องนอกมดลูกได้ หรือปวดท้องน้อยเรื้อรัง รวมทั้งประสบภาวะมีบุตรยาก

  • โรคพยาธิในช่องคลอด

    โรคพยาธิในช่องคลอด (Trichomoniasis หรือเรียกสั้นๆ ว่า Trich) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เกิดจากการติดเชื้อโปรโตซัวที่มีชื่อว่า Trichomonas vaginalis พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย  ซึ่งตัวพยาธินั้นมีขนาดเล็กมากไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าต้องดูผ่านกล้องจุลทรรศน์เท่านั้น ความน่ากลัวของโรคนี้คือหากเป็นแล้วจะพบผู้ป่วยที่แสดงอาการเพียง 20-30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทำให้หลายคนไม่รู้ตัว และแพร่กระจายเชื้อไปสู่คู่นอนได้

    โดยผู้หญิงมีอาการคันบริเวณอวัยวะเพศ ช่องคลอดส่งกลิ่นเหม็น มีตกขาวสีเขียวและเป็นฟอง เจ็บขณะปัสสาวะ รวมทั้งอาจทำให้หญิงมีครรภ์เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด ส่วนผู้ชายสามารถติดเชื้อนี้ได้เช่นกันแต่มักไม่แสดงอาการ

  • ความเสี่ยงโรคร้ายที่มาพร้อมกับ ออรัล เซ็กส์ หากไม่ป้องกัน

    ออรัล เซ็กส์ (Oral Sex)  เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของการมีเพศสัมพันธ์ที่ทำให้คู่รักรู้สึกเพลิดเพลิน หรือ เป็นการร่วมรัก โดยการใช้ช่องปาก ริมฝีปาก ลิ้น หรือฟัน กระตุ้นบริเวณอวัยวะเพศชาย อวัยวะเพศหญิง ทวารหนัก หรือส่วนที่อยู่ใกล้เคียงกับบริเวณดังกล่าว เพื่อให้คู่นอนเกิดอารมณ์ทางเพศ

    รวมทั้งสามารถทำให้ถึงจุดสุดยอดได้ด้วย แต่ทั้งนี้ การทำ oral sex นั้นควรทำให้ถูกต้อง และถูกวิธี ทั้งเพื่อความสุขของคู่รัก การดูแลรักษาความสะอาด และความปลอดภัยของสุขภาพทางเพศ และการลดอัตราเสี่ยงติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

  • โรคฝีดาษลิง

    โรคฝีดาษลิง (Monkeypox) เป็นโรคเกิดจากเชื้อไวรัส สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้จากการสัมผัสทางผิวหนัง สารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ วัตถุที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส และสามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์ห รือจากการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างกิจกรรมทางเพศได้  แต่โรคนี้เราสามารถเฝ้าระวังได้ง่าย เพราะผู้ป่วยติดเชื้อจะมีตุ่มขึ้นตามร่างกายเป็นรอยโรคที่สังเกตได้ชัดเจน

  • โรคแผลริมอ่อน

    แผลริมอ่อน (Chancroid) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เกิดขึ้นได้ทั้งในเพศชาย และเพศหญิง  ทำให้เกิดเป็นแผลบริเวณอวัยวะเพศร่วมกับอาการเจ็บหรือปวด และต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบโต พบได้บ่อยในประเทศแถบอากาศร้อน แต่ก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการรับประทานยาปฏิชีวนะตามที่แพทย์สั่ง หากไม่รักษาจะเป็นสาเหตให้เกิดการติดเชื้อ HIV ได้ง่าย

  • โรคไวรัสตับอักเสบบี

    ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) คือ โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดบี ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดภาวะตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง และมะเร็งตับ ไวรัสตับอักเสบบีนั้น สามารถติดต่อทางเลือด น้ำเชื้อ และน้ำหลั่งอย่างอื่น เช่น น้ำเหลือง  และการติดต่อจากแม่สู่ลูกซึ่งเป็นทางติดต่อที่พบมากที่สุด