ผู้ติดเชื้อเอชไอวี มีความเสี่ยงต่อสุขภาพจิตหรือไม่?

การติดเชื้อเอชไอวี ไม่เพียงแต่มีผลกระทบต่อร่างกายเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้ติดเชื้อเอชไอวีด้วย ฉะนั้นผู้ติดเชื้อเอชไอวีควรต้องรับมือกับความเครียด และปัญหาทางจิตใจที่อาจเกิดขึ้นหลังการตรวจพบว่าตนเองติดเชื้อเอชไอวี ถึงวิธีการจัดการปัญหาดังกล่าวเพื่อความสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ

สุขภาพจิต คืออะไร?

สุขภาพจิต (Mental Health) คือ ภาวะของจิตใจเราที่ได้รับอิทธิพลมาจากสิ่งรอบตัว ตั้งแต่อาหารการกิน การอยู่อาศัย ไปจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ครอบครัว เพื่อน คนรัก เพื่อนที่ทำงาน เป็นต้น

  • การมีสุขภาพจิตที่ดี คือ ภาวะจิตใจของเรารู้สึกเป็นสุขทั้งทางกาย และทางใจ มีความรู้สึกเชิงบวกต่อตัวเองและผู้อื่น มองโลกตามความเป็นจริง มีความเข้าใจและรู้เท่าทันต่ออารมณ์และความรู้สึกของตนเอง รวมไปถึงมีการตระหนักรู้ว่าอารมณ์เชิงลบเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้สำหรับทุกคน และรู้ว่าควรรับมือกับอารมณ์เชิงลบอย่างไรให้เหมาะสมกับตนเอง
  • การมีสุขภาพจิตที่ไม่ดี คือ ภาวะจิตใจของเรารู้สึกเป็นทุกข์ ไม่มีความสุข เศร้าหมอง สิ้นหวัง ซึ่งล้วนเป็นความรู้สึกเชิงลบ นอกจากนี้ ยังรวมถึงการที่มีความรู้ความเข้าใจต่ออารมณ์และความรู้สึกของตนเองต่ำ ไม่รู้ว่าควรรับมือกับอารมณ์เชิงลบที่เกิดขึ้นกับตัวเองอย่างไร ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจเกิดจากการดูแลสุขภาพกายได้ไม่ดีพอ เช่น ไม่ดูแลตัวเอง นอนไม่พอ บวกกับการเพิกเฉยการดูแลสุขภาพใจ เช่น ไม่ยอมรับความรู้สึกหรืออารมณ์ที่เกิดขึ้น เก็บกดทางความรู้สึก และยังรวมไปถึงปัจจัยที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมและผู้อื่น เช่น อยู่ในครอบครัวที่ทะเลาะกันบ่อย พ่อแม่กดดัน ดุด่า ทำร้ายร่างกาย ก็ส่งผลให้เกิดการมีสุขภาพจิตที่ไม่ดีได้เช่นกัน
ผู้ติดเชื้อเอชไอวี มีความเสี่ยงต่อสุขภาพจิตหรือไม่

ทำไมผู้ติดเชื้อเอชไอวีจึงมีความเสี่ยงสูงที่จะมีปัญหาสุขภาพจิต

ความเครียดที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตร่วมกับความเจ็บป่วย หรือสภาวะร้ายแรง เช่น การติดเชื้อเอชไอวี อาจส่งผลต่อสุขภาพจิตของผู้ติดเชื้อเอชไอวีได้ ทำให้มีโอกาสเกิดอารมณ์ ความวิตกกังวล และความผิดปกติทางสติปัญญามากขึ้น ตัวอย่างเช่น ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าคนที่ไม่ติดเชื้อ ถึง 2 เท่า

การติดเชื้อเอชไอวี หรือการติดเชื้อโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อเอชไอวี อาจส่งผลต่อสมองและระบบประสาทส่วนอื่นๆ สิ่งนี้อาจเปลี่ยนแปลงวิธีคิด และพฤติกรรมของบุคคล นอกจากนี้ ยาบางชนิดที่ใช้รักษาเอชไอวี อาจมีผลข้างเคียงที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตของผู้ติดเชื้อเอชไอวี

การทำความเข้าใจว่าการใช้ชีวิตร่วมกับเอชไอวีสามารถส่งผลต่อสุขภาพจิตได้อย่างไร และการรู้ว่าสถานะการติดเชื้อเอชไอวีของตัวเองว่าเป็นอย่างไร จะช่วยให้จัดการสุขภาพ และความเป็นอยู่โดยรวมของตนเองได้ง่ายขึ้น

ปัจจัยอะไรทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตในผู้ติดเชื้อเอชไอวี?

ปัจจัยที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตในผู้ติดเชื้อเอชไอวี มีดังนี้ 

  • เกิดจากพยาธิสภาพทางสมอง หรือทางกาย จากการติดเชื้อเอชไอวี อาการที่พบได้บ่อยในผู้ติดเชื้อเอชไอวี แม้แต่กลุ่มที่ยังไม่มีอาการแสดงอื่นๆของโรคเอดส์ชัดเจน ก็อาจมีอาการทางสมองได้ กลุ่มอาการทางจิตที่พบบ่อยจากการติดเชื้อเอชไอวี ได้แก่ อาการสมองเสื่อมจากโรคเอดส์ (AIDS dementia), organic mood disorder, และ organic personality disorder นอกจากนี้ยังอาจพบอาการแสดงอื่นๆ เช่น acute delirium, อาการโรคจิต, และ mania ได้ด้วย
  • เกิดจากการปรับตัวกับปัญหาที่เกิดจากการติดเชื้อเอชไอวี และการเจ็บป่วย อาการที่พบได้บ่อย คือ adjustment disorder, โรคอารมณ์เศร้า, และโรควิตกกังวล นอกจากนี้อาจพบปัญหาการใช้สารเสพติด และบุคลิกภาพผิดปกติ ซึ่งอาจพบในกลุ่มผู้ติดเชื้อบางกลุ่มได้ ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจมีอาการถึงขั้นโรคจิต (brief psychosis) ได้ แต่พบได้น้อย

ผู้ติดเชื้อเอชไอวี จะทำให้สุขภาพจิตที่ดีขึ้นได้อย่างไร?

  • การเริ่มใช้ยาต้านไวรัสอาจส่งผลต่อสุขภาพจิตได้หลายวิธี บางครั้ง ART สามารถบรรเทาความวิตกกังวลได้เนื่องจากการรู้ว่าคุณกำลังดูแลตัวเองสามารถให้ความรู้สึกปลอดภัยได้ อย่างไรก็ตาม การรับมือกับความเป็นจริงของการมีชีวิตอยู่กับความเจ็บป่วยเรื้อรัง เช่น เอชไอวี อาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย นอกจากนี้ ยาต้านไวรัสบางชนิดอาจทำให้เกิดอาการซึมเศร้า วิตกกังวล และนอนไม่หลับ และอาจทำให้ปัญหาสุขภาพจิตบางอย่างแย่ลงได้
  • ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ติดเชื้อเอชไอวีจะต้องพูดคุยกับผู้ให้บริการด้านสุขภาพเกี่ยวกับสุขภาพจิตของตนก่อนเริ่มการรักษาด้วยยาต้านไวรัส การสนทนาเหล่านี้ควรดำเนินต่อไปตลอดการรักษา
  • ผู้ติดเชื้อเอชไอวีควรพูดคุยกับผู้ให้บริการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพจิตของตน เช่นการคิดหรือความรู้สึกต่อตนเองและชีวิตโดยทั่วไป ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีควรหารือเกี่ยวกับการใช้แอลกอฮอล์หรือสารเสพติด กับผู้ให้บริการของพวกเขา
  • การทำจิตใจให้สงบ เช่น การนั่งสมาธิ หรือทำสมาธิจินตนาการถึงสิ่งที่ทำให้รู้สึกสงบ สบาย จนลืมเรื่องกังวลใจ เป็นต้น
  • พูดคุยเปิดใจ กับเพื่อน หรือคนในครอบครัว เพื่อเปิดเผยความรู้สึก  ช่วยสร้างความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ จากคนที่อยู่ใกล้คุณ หรือเข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนสำหรับผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี
  • การออกกำลังกาย สามารถช่วยให้ร่างกายและจิตใจคลายความเครียดและภาวะซึมเศร้าได้ การออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น การเดิน ขี่จักรยาน วิ่ง ว่ายน้ำ หรือกิจกรรมอื่นๆ 

การเข้าใจ และการรับมือกับปัญหาสุขภาพจิต เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีสามารถดำเนินชีวิตอย่างสมดุล และมีคุณภาพได้อย่างเหมาะสม ด้วยการความช่วยเหลือ และการสนับสนุนจากบุคคลรอบข้าง หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต ก็เป็นสิ่งสำคัญในการจัดการกับปัญหาเหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพที่สุด

ติดต่อเรา

ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก ให้บริการที่ใกล้ชิด ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมทั้งทีมงานที่มีความชำนาญ พร้อมให้คำปรึกษาและ การรักษา โดยคุณสามารถเข้ารับบริการได้ทั้ง walk-in หรือนัดหมายล่วงหน้า เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้ารับบริการ

ช่องทางการติดต่อ

สาขาลากูน่า

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 21.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me

สาขาในเมือง

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8  ตำบลตลาดเหนือ  อำเภอเมืองภูเก็ต  จ.ภูเก็ต 83000 
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 20.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id.   @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ  096 228 2449
  • แผนที่คลินิก   https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9 
  • จองคิวตรวจออนไลน์    https://pmctown.youcanbook.me

สาขาหอนาฬิกา

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก  สาขาหอนาฬิกา   206/8 ถ. ภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์        10.00- 20.00น. (ช่วงเเรก)
  • สอบถามผ่าน Line id.  @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ   096 696 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
  • จองคิวตรวจออนไลน์  https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me

Similar Posts

  • การตรวจเอชไอวี เพื่อประโยชน์ทางสุขภาพ ได้ที่ ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก

    การตรวจเอชไอวี เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะการจะรู้สถานะของตนเองว่าติดเชื้อเอชไอวี หรือไม่นั้น จะต้องทำการตรวจหาเชื้อเอชไอวี เพียงวิธีอย่างเดียว  ซึ่งต้องทำการตรวจเอชไอวี ถ้ารู้ว่าตนเองเคยมีโอกาสติดเชื้อ หรือเคยมีพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ได้รับเชื้อเอชไอวีมา ควรเข้ารับการตรวจเอชไอวีโดยเร็วที่สุด อย่านิ่งนอนใจ เพราะหากมีการติดเชื้อเอชไอวี อาจทำให้เชื้อเอชไอวีมีความรุนแรงมากขึ้น และจะกลายเป็นโรคเอดส์ ที่ทำการรักษาได้ยาก หรือไม่ทันการณ์แล้วนั้น และถ้าหากพบเชื้อก็จะได้วางแผนการรักษา และดูแลตัวเองได้ทันก่อนที่อาการจะลุกลามมากขึ้น

  • ถาม-ตอบ เกี่ยวกับเชื้อเอชไอวี/โรคเอดส์

    คำถาม : ทำไมต้องไปตรวจหาเชื้อเอชไอวี?

    การทราบสถานะการติดเชื้อเอชไอวีของตัวเองเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะดูแลสุขภาพของตัวเองและคู่ของตัวเอง เพราะถ้ารู้ว่าติดเชื้อเอชไอวีเร็วเท่าใด ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสให้มีชีวิตที่ยืนยาว และมีสุขภาพที่ดีได้มากยิ่งขึ้นด้วย ทั้งนี้ยังมีผู้ติดเชื้อเอชไอวี จำนวนมากที่ยังไม่ทราบว่าตัวเองติดเชื้อเอชไอวี อาจจะแพร่เชื้อไปให้ผู้อื่นโดยไม่ตั้งใจ ดังนั้น หากมีเพศสัมพันธ์ หรือมีความพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี ก็ควรไปตรวจหาเชื้อเอชไอวี

  • ระยะฟักตัว (Window period) คืออะไร?

    ระยะฟักตัว (Window period)  คือ ช่วงเวลาที่อาจได้รับการติดเชื้อ เอชไอวี แล้ว แต่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ยังไม่ขึ้นถึงระดับที่จะสามารถตรวจพบเชื้อได้ หรือยังตรวจไม่พบ ดังนั้นหากเข้ารับการตรวจเอชไอวี ในช่วงระยะฟักตัว จะได้ผลเป็นลบ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว คุณอาจติดเชื้อเอชไอวี แล้วก็ได้  ทำให้ผลที่ออกมานี้จะทำให้เข้าใจผิดคิดว่าตนเองไม่ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งระยะที่ภูมิคุ้มกันของเราจะมีปฏิกิริยาต่อเชื้อเอชไอวีประมาณ 2-3 สัปดาห์ขึ้นไป เราจึงจำเป็นต้องรอระยะเวลาก่อน

  • แนวทางการรักษาผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี และโรคเอดส์ในปัจจุบัน

    การรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีในปัจจุบัน คือ การรักษาด้วยยาต้านเอชไอวีเท่านั้น เนื่องจากเป็นวิธีการรักษาที่ได้ผลดีที่สุด โดยผู้ติดเชื้อจะได้รับยาต้านเอชไอวีอย่างน้อย 3 ชนิดร่วมกันเป็นสูตรยา แต่มีหลักการรักษา คือ ผู้ติดเชื้อต้องกินยาให้ตรงเวลาทุกวันต่อเนื่องตลอดชีวิต เพราะยาจะไปทำการยับยั้งการแบ่งตัวและการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัส ถ้าหยุดกินเมื่อไหร่ก็จะทำให้เชื้อไวรัสแบ่งตัวเพิ่มจำนวนและแพร่กระจาย

  • Antiretrovirals : ARV ยาต้านไวรัสหรือยารักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี

    ยาต้านไวรัสเอชไอวี มีคุณสมบัติในการยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อเอชไอวีในกระแสเลือด เมื่อจำนวนเชื้อลดลง  ร่างกายก็สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้มากขึ้น   โอกาสในการเจ็บป่วยด้วยโรคฉวยโอกาสจึงลดลง เพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยส่วนมากสามารถทำงานและดำรงชีวิตตามปกติได้  และการเสียชีวิตจากโรคฉวยโอกาสก็เป็นไปได้น้อย

    การกินยาต้านฯ มีข้อที่ต้องคำนึงอยู่หลายประการ เมื่อแพทย์วินิจฉัยและให้การรักษา  ผู้ติดเชื้อจะต้องประเมินว่าตนเองมีความพร้อมในการรับยาแล้วหรือยัง   เพราะการกินยาต้านฯ ต้องกินให้ถูกต้อง ตรงเวลา และต่อเนื่องตลอดชีวิต เนื่องจากยาไม่สามารถกำจัดเชื้อเอชไอวีให้หมดไปจากร่างกายได้  ยาจะช่วยควบคุมจำนวนเชื้อให้มีน้อยที่สุด การกินยาตรงเวลา และต่อเนื่อง เพื่อไม่เปิดโอกาสให้เชื้อดื้อยาได้ง่าย และสามารถควบคุมเชื้อไว้ได้ตลอดเวลา

    ยาต้านไวรัสเอชไอวี มีด้วยกันหลายชนิด ออกฤทธิ์แตกต่างกันไป การเลือกใช้ยา แพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม สำหรับผู้ป่วยแต่ละราย   การรักษาที่จะให้ผลดี และช่วยลดปัญหาเชื้อดื้อยาได้ จะใช้ยา 3 ตัวรวมกัน หรือมากกว่า ที่เรียกว่า Highly Active Antiretroviral Therapy (HAART)

  • ประเมินความเสี่ยงการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตัวเอง

    หลายคนมักเกิดความสงสัยว่าตัวเองอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีได้หรือไม่ ทำให้เกิดความเครียด วิตกกังวลไปต่าง ๆ นานา ฉะนั้นการประเมินความเสี่ยงการติดเชื้อเอชไอวีเบื้องต้นด้วยตัวเองก่อนว่ามีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด ก่อนที่จะไปปรึกษาแพทย์ หรือทำการตรวจเลือดเพื่อความสบายใจ และความปลอดภัย เพื่อคลายความเครียด และวิตกกังวล และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยต่อไปได้