ตรวจแปปสเมียร์ (Pap smear)

โรคมะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่สร้างความหวั่นวิตกให้กับผู้หญิงทุกคน และยังมีปัจจัยทำให้เกิดโรคนี้มากมายหลายด้านซึ่งยากจะควบคุมได้ ผู้หญิงทุกคนจึงควรมีการหมั่นตรวจคัดกรองหาความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกเอาไว้อยู่เสมอ หากพบผลตรวจว่ามีความเสี่ยง ก็จะได้หาทางรักษาหรือป้องกันได้ทันเวลา การตรวจ Pap Smear ก็เป็นอีกหนึ่งรูปแบบการตรวจคัดกรองหาโรคมะเร็งปากมดลูกที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสำคัญแค่ไหน

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกจึงเป็นกระบวนการที่ช่วยให้ตรวจพบเร็วและรับการรักษาได้อย่างทันท่วงทีตั้งแต่ก่อนจะเกิดมะเร็งระยะแรก ๆ ลดอัตราการเสียชีวิต ภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาได้ชัดเจน

มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณปากมดลูก และสามารถป้องกันได้ก่อนกลายเป็นมะเร็ง หรือก่อนระยะลุกลาม ไม่ว่าจะเป็นการฉีดวัคซีน หรือการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก 

การตรวจแปปสเมียร์ เป็นวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือสอดผ่านและถ่างช่องคลอด จากนั้นจะทำการป้ายเซลล์จากมดลูกส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจหาเซลล์ที่ผิดปกติหรือเซลล์ที่มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจทำให้เกิดมะเร็งได้ 

ตรวจแปบเสมียร์  คืออะไร?

การตรวจแปบเสมียร์ Pap Smear หรือ Pap Test ย่อมาจาก The Papanicolaou Smear หรือมีชื่อเรียกแบบเป็นทางการว่า Conventional Pap Smear  เป็นแนวทางการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง ผ่านการใช้เครื่องมือ Speculum สอดเข้าไปในปากช่องคลอดลึกถึงบริเวณปากมดลูก เพื่อป้ายเก็บตัวอย่างเซลล์เยื่อบุผิวในตำแหน่งดังกล่าว จากนั้นนำออกมาส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาเซลล์ที่ผิดปกติและบ่งบอกถึงโอกาสเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกในอนาคต ซึ่งถือเป็นวิธีการตรวจที่ปลอดภัย มีผลข้างเคียงน้อย ประหยัดเวลา และมีราคาไม่สูง 

การตรวจแปปสเมียร์ มีประโยชน์ต่อการหาความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกในอนาคตเป็นหลักสำคัญ ผ่านการตรวจดูเซลล์ตัวอย่างเยื่อบุผิวที่สามารถบ่งบอกถึงภาวะอักเสบที่เกิดจากติดเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรือเชื้อพยาธิ รวมถึงสามารถบ่งบอกถึงโอกาสติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papilloma Virus) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญการสำคัญที่ก่อโรคมะเร็งได้หลายอย่างทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย อีกทั้งยังติดต่อแพร่กระจายเชื้อถึงกันได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์

ตรวจแปปสเมียร์ (Pap smear)

ตรวจแป๊บสเมียร์มีกี่แบบ

  • แป๊ปเสมียร์ (Conventional Pap Smear) เป็นการตรวจหามะเร็งปากมดลูกแบบเดิม แพทย์ผู้ตรวจจะใช้อุปกรณ์ทำจากแผ่นไม้บางๆ ที่ปราศจากเชื้อ ขูดเยื่อบุผิวบนปากมดลูกและเก็บสารน้ำในช่องคลอดแล้วป้ายลงบนแผ่นสไลด์แก้ว ส่งไปย้อมสีและส่องชันสูตรด้วยกล้องจุลทรรศน์ มีข้อเสียคือ หากผู้รับการตรวจมีการอักเสบภายใน  มีมูกขาวมาก มีเลือดออก อาจทำให้เชื้อถูกบดบังและตรวจไม่พบได้
  •  ตินเพร็พ (ThinPrep) เป็นวิธีการตรวจหามะเร็งปากมดลูกแบบใหม่ แพทย์ผู้ตรวจจะใช้อุปกรณ์เฉพาะเก็บตัวอย่าง ป้ายเยื่อบุผิวจากบริเวณปากมดลูกเช่นเดิม แต่นำเซลล์ตัวอย่างที่เก็บมาได้ แช่ในขวดน้ำยาเพื่อรักษาเซลล์  แล้วนำเข้าเครื่องอัตโนมัติในการเตรียมเซลล์บนสไลด์แก้ว มีการกำจัดสิ่งปนเปื้อนของมูก เซลล์เม็ดเลือด หรือลดการซ้อนทับกันของเซลล์ที่หนาแน่นเกินไป ทำให้เพิ่มโอกาสในการตรวจพบความผิดปกติได้ดียิ่งขึ้น
  • Liquid based เป็นวิธีการตรวจหามะเร็งปากมดลูกแบบใหม่ วิธีการเก็บตัวอย่างและส่งตรวจตามมาตรฐานและวิธีเดียวกับ TrinPrep

ใครบ้างที่ควรตรวจแปปสเมียร์

แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ถึงเวลาที่ควรเริ่มตรวจแปปสเมียร์และความถี่ที่ต้องมารับการตรวจ แนวทางการตรวจแปปสเมียร์ดังนี้

  • สตรีทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป หรือ 3 ปีหลังจากมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ขึ้นกับว่าเวลาใดถึงก่อน ควรเริ่มทำการตรวจแปปสเมียร์ หลังจากนั้นทำการตรวจทุก 1-2 ปี
  • สตรีที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป ควรตรวจแปปสเมียร์ทุกปี หากผลตรวจเป็นปกติติดต่อกัน 3 ปี สามารถตรวจแปปสเมียร์ทุก 3 ปีได้ ยกเว้นกลุ่มที่มีความเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูก เช่น มีการติดเชื้อ HIV ติดเชื้อ HPV (Human Papillomavirus) มีโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันต่ำ หรือมีมารดาที่ใช้ยา diethylstilbestrol ขณะตั้งครรภ์ ต้องทำการตรวจแปปสเมียร์ทุกปี หรือรับการตรวจด้วยวิธีอื่นๆ เพิ่มเติมตามคำแนะนำของแพทย์
  • สตรีที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป หากมีผลการตรวจเป็นปกติ 3 ปีติดต่อกัน ไม่มีผลการตรวจที่ผิดปกติในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และไม่มีปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูก อาจยกเลิกการตรวจแปปสเมียร์ได้

อย่างไรก็ตาม แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ที่มีโรคประจำตัวและผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงบางประการเข้ารับตรวจถี่กว่าคนทั่วไป ได้แก่

  • ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ
  • ผู้ที่ตรวจพบเซลล์ผิดปกติบริเวณปากมดลูก
  • ผู้ที่ระบบภูมิคุ้มกันต่ำจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น ติดเชื้อเอชไอวี ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ใช้ยาเคมีบำบัด เคยเข้ารับการปลูกถ่ายอวัยวะ เป็นต้น
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์และเคยมีประวัติทารกตายตลอด (Stillbirth)
  • ผู้ที่มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

นอกจากนี้ ผู้ที่ผ่านการผ่าตัดมดลูก (Hysterectomy) ร่วมกับผ่าตัดปากมดลูกออกไป และไม่เคยมีประวัติโรคมะเร็งปากมดลูกอาจไม่มีความจำเป็นในการตรวจ Pap Smear แต่หากรู้สึกกังวลอาจปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจได้

การเตรียมตัวก่อนตรวจ Pap Smear

เพื่อให้การผลตรวจ Pap Smear มีความแม่นยำมากที่สุด ผู้เข้ารับบริการควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ก่อนเข้ารับการตรวจ

  • ทำความสะอาดช่องคลอดแล้วเช็ดให้แห้งเสียก่อนมารับบริการ ไม่จำเป็นต้องทาแป้งหรือฉีดผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นจุดซ่อนเร้นใดๆ ทั้งสิ้น
  • ไม่ต้องโกนขนอวัยวะเพศ เพราะการโกนอาจเสี่ยงทำให้ผิวหนังช่องคลอดระคายเคืองหรือติดเชื้อจนทำให้ผลตรวจคลาดเคลื่อนได้
  • ควรสวมกระโปรงหรือสวมกางเกงที่ถอดออกได้ง่าย เนื่องจากการตรวจ Pap Smear จะต้องมีการถอดกาาเกงและกางเกงชั้นในเพื่อขั้นขาหยั่งในการเก็บตัวอย่างเยื่อบุผิวบริเวณปากช่องคลอด
  • นัดวันตรวจ Pap Smear อย่าให้ตรงกับวันมีประจำเดือน หรือรอให้ประจำเดือนรอบล่าสุดหมดไปก่อนประมาณ 10-20 วัน
  • หากกำลังใช้ยากิน ยาสวน หรือยาทาบริเวณปากช่องคลอด ควรงดทาล่วงหน้าประมาณ 2-3 วันหรือปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับยาที่ใช้ก่อนไปรับบริการ
  • ห้ามใช้ยาเหน็บช่องคลอด ครีม หรือยาฆ่าเชื้ออสุจิในช่องคลอดก่อนการตรวจ 48 ชั่วโมง
  • งดมีเพศสัมพันธ์และงดการใช้สารหล่อลื่นในช่องคลอด 24 ชั่วโมงก่อนรับบริการ

วิธีการตรวจ Pap Smear

การตรวจ Pap Smear มักไม่ซับซ้อน ใช้เวลาไม่นาน โดยส่วนมากมักมีขั้นตอนดังนี้

  • เริ่มต้นจากผู้เข้ารับบริการถอดกางเกงหรือกระโปรง ตามด้วยกางเกงชั้นใน แล้วขึ้นนอนบนเตียงขาหยั่งซึ่งต้องแยกขาออกและยกขาขึ้นวางบนแท่นทั้ง 2 ข้าง โดยควรปล่อยใจสบายๆ ไม่ต้องเกร็ง
  • ระหว่างนั้นแพทย์จะสวมถุงมือแล้วสอดอุปกรณ์ Speculum เข้าไปในปากช่องคลอด ลึกลงไปถึงระดับปากมดลูก แล้วป้ายผิวบริเวณตำแหน่งนั้นเบาๆ เพื่อให้อุปกรณ์เปื้อนตัวอย่างเซลล์เยื่อบุผิวบริเวณปากมดลูก แล้วนำอุปกรณ์ออกมาจากปากช่องคลอด
  • จากนั้นแพทย์จะนำเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกที่อยู่บนปลายอุปกรณ์ Speculum ไปป้ายลงบนแผ่นสไลด์ แล้วนำแผ่นสไลด์ไปย้อมด้วยสารน้ำตรึง (Fixative) หรือแอลกอฮอล์ 95% ไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นนำไปส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อตรวจหาเซลล์ที่ผิดปกติต่อไป

ตรวจ Pap Smear กี่วันรู้ผล

โดยทั่วไปการตรวจ Pap Smear จะใช้เวลารอตรวจวิเคราะห์ผลประมาณ 1-2 สัปดาห์ บางสถานพยาบาลอาจใช้เวลารอผลตรวจประมาณ 2-3 วันเท่านั้น ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสถานพยาบาล

การตรวจมะเร็งปากมดลูก ที่ภูเก็ตตรวจได้ที่ไหน?

ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก ให้บริการที่ใกล้ชิด ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมทั้งทีมงานที่มีความชำนาญ พร้อมให้คำปรึกษาและ การรักษา โดยคุณสามารถเข้ารับบริการได้ทั้ง walk-in หรือนัดหมายล่วงหน้า เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้ารับบริการ

ช่องทางการติดต่อ

สาขาลากูน่า

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาลากูน่า ตั้งอยู่ที่ 58/1 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83100
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 21.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id. @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ 096 236 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/SXaeLrSU9Lx47YPH6
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://pmclaguna.youcanbook.me

สาขาในเมือง

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก สาขาเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ 41/7-41/8  ตำบลตลาดเหนือ  อำเภอเมืองภูเก็ต  จ.ภูเก็ต 83000 
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 09.00 – 20.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id.   @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ  096 288 2449
  • แผนที่คลินิก   https://maps.app.goo.gl/yeU9qNArGg3qdwZw9 
  • จองคิวตรวจออนไลน์    https://pmctown.youcanbook.me

สาขาหอนาฬิกา

  • ภูเก็ต เมดิคอล คลินิก  สาขาหอนาฬิกา   206/8 ถ. ภูเก็ต ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
  • เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์        10.00- 20.00น. (ช่วงเเรก)
  • สอบถามผ่าน Line id.  @pmcphuket (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ   096 696 2449
  • แผนที่คลินิก https://maps.app.goo.gl/svPvTabmmD1DHe9v9
  • จองคิวตรวจออนไลน์  https://phuketmedicalclinic.youcanbook.me

Similar Posts

  • ความไม่สมดุลของฮอร์โมน ต้นตอของปัญหาสุขภาพ

    ฮอร์โมน (Hormone) คือ กลุ่มของสารเคมีสำคัญในร่างกายที่สร้างจากต่อมไร้ท่อต่างๆที่ถูกปล่อยออกจากเซลล์ แล้วเข้าไปในกระแสเลือด เพื่อให้ไปมีผลต่ออวัยวะหรือเซลล์เป้าหมาย ที่มีตัวรับที่เฉพาะเจาะจงต่อฮอร์โมนนั้น เพื่อช่วยควบคุมการทำงานของเซลล์ในร่างกายทำงานได้เป็นปกติ เมื่ออายุมากขึ้น ปริมาณฮอร์โมนต่างๆ จะลดน้อยลง ส่งผลให้การทำงานของร่างกายไม่เหมือนเดิม มีอาการต่างๆ เกิดขึ้น รวมถึงเจ็บป่วย 

  • ทำไมป๊อปเปอร์ถึงได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นยุคนี้

    ในยุคที่ค่านิยม และไลฟ์สไตล์ของวัยรุ่นเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ป๊อปเปอร์ กลายเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น และคนทำงานรุ่นใหม่ ปัจจัยหลายอย่างทำให้ได้รับความนิยม ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมปาร์ตี้ กระแสออนไลน์ หรือความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความปลอดภัย แต่ในความเป็นจริง ป๊อปเปอร์สามารถก่อผลข้างเคียงต่อร่างกายได้มากกว่าที่หลายคนคิด เช่น เวียนหัว หน้าแดง ใจสั่น ระคายเคืองจมูก แสบตา ไปจนถึงมีอาการหมดแรงเฉียบพลัน

    ด้วยเหตุนี้ หากมีอาการผิดปกติหลังใช้ป๊อปเปอร์ ควรเข้ารับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญทันที — และ ภูเก็ต 

    เมดิคอล คลินิก ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เหมาะที่สุดสำหรับการตรวจ และประเมินสุขภาพอย่างปลอดภัย

  • เรื่องควรรู้เกี่ยวกับการตรวจหาเชื้อโรคโควิด

    ปัจจุบันมีวิธีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ค่อนข้างหลากหลาย โดยวิธีที่เป็นที่รู้จักกันจะเป็นการตรวจแบบเร่งด่วน Antigen Test Kit (ATK) ที่เน้นความสะดวกรวดเร็ว ราคาไม่แพง และแบบ RT-PCR (Real Time PCR)  ที่ให้ผลได้แม่นยำกว่า แต่ต้องรอผลตรวจนานมากขึ้น  เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง มีประวัติใกล้ชิดกับผู้ป่วย หรือมีอาการที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อโควิด-19  โดยการตรวจหาเชื้อ โควิด-19 ด้วยวิธีจะใช้การเก็บสารคัดหลั่งที่โพรงจมูก  หรือลำคอด้วยการ Swab

  • การตรวจหาไวรัสตับอักเสบบี และซี

    และซี

    การที่เราจะทราบว่าเรากำลังติดเชื้อไวรัสตับอักเสบอยู่หรือไม่นั้น โดยส่วนใหญ่แล้ว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเริ่มจากการซักประวัติอาการก่อน ประวัติการฉีดวัคซีน รวมไปถึงการได้รับเลือดหรือส่วนประกอบอื่นๆ ของเลือด จากนั้นจะมีการตรวจร่างกาย มีการเอกซ์เรย์ และเจาะเลือดเพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ

  • ตรวจการทำงานของไตสำคัญอย่างไร?

    ไต เป็นอวัยวะที่สำคัญในการปรับสมดุลน้ำและเกลือแร่ภายในร่างกาย ช่วยกำจัดของเสีย สารพิษ รวมถึงยาส่วนเกินออกจากร่างกาย ซึ่งโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เป็นสาเหตุ สำคัญที่ทำให้เกิดโรคไตเรื้อรัง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุทั่วโลก เพราะโรคดังกล่าวทำให้มีผลกระทบต่อไต ซึ่งถ้าไตเสื่อมรุนแรงจนไม่ทำงาน จะทำให้เกิดความผิดปกติจนไม่สามารถดำเนินชีวิตอยู่ต่อไปได้ ซึ่งภาวะนี้เรียกว่า โรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย

  • ตรวจรักษาโรคทั่วไป ตรวจอะไรบ้าง? 

    ตรวจรักษาโรคทั่วไป เป็นการบริการตรวจรักษาผู้ป่วยโรคทั่วไป  ด้วยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในการตรวจ วินิจฉัย และรักษาโรค ในกรณีที่ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทาง  หรือต้องผ่าตัด เรายังมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หลากหลาย สาขาวิชา ที่พร้อมให้การดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด